มโหกับเรื่องแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่หวังอวิ๋นเฟิ่งคนเดียว
ทันใดนั้นเองหวังโอ้วกุ้ยเห็นฟางเจิ้งจึงเข้ามาใกล้ทันที กระทุ้งฟางเจิ้งแล้วว่า “ฟางเจิ้ง คิดหาวิธีทำอะไรสักอย่างที วันมงคลบ้านหยางหวาทั้งที ทะเลาะกันแบบนี้ไม่ใช่ลู่ทางที่ดี เลย…อีกอย่าง ขืนทะเลาะกันต่อไปจะไม่ดีกับพวกเขาทั้งสอง”
ฟางเจิ้งยิ้มเจื่อน “ประสก ถึงอาตมาจะเข้าใจเรื่องนี้ แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าจะแก้ปัญหายังไง เรื่องนี้จัดการยากมาก…”
“ถ้าจัดการได้ยังต้องใช้ท่าน?” หวังโอ้วกุ้ยมองบน
ตอนนี้เองหวังอวิ๋นเฟิ่งกับเฉินต้าหมิงทะเลาะกันอีกครั้งแล้ว
“คุณจะจบไหม? ค่อยกลับไปคุยที่บ้านไม่ได้เหรอ? อย่ามาพูดที่นี่ได้ไหม?” เฉินต้าหมิงตะคอกด้วยความโกรธ
“ฉันจะพูดที่นี่! ให้ทุกคนเข้าใจความหมายของฉัน! ใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้เอย มีเรื่องเร่งด่วนเอย ที่มายืมเงินพวกเราก็เพราะเห็นแก่เป็นครอบครัวกันบ้าง เห็นแก่มนุษยธรรมบ้าง! แต่บ้าน นพวกคุณขายไก่แปรรูปอาหารอะไรพวกนี้ ไสหัวไปให้หมด! ฉันไม่ให้ยืม! อีกอย่างที่บ้านคลอดเป็ดไก่หมาแมวอะไรก็อย่าเรียกให้พวกเรามาช่วยงาน! ฉันไม่อยากมา!”
“หวังอวิ๋นเฟิ่ง พวกเราเป็นญาติพี่น้องกันทั้งนั้น นี่คือน้ำใจคน เป็นมารยาทต่อกันมันก็เป