“ฟางเจิ้ง! แกเพิ่งรู้จักมาเยี่ยมอานะ มา ให้ฉันเคาะหัวโล้นแกหน่อย!”
จะโกนทีหนึ่งพลันลากฟางเจิ้งกลับมาวัยเด็ก จอนนั้นคนที่เคาะหัวเขามากที่สุดเหมือนจะเป็นจู้เหมย…
แน่นอนว่าจู้เหมยในจอนนี้ก็แค่พูดไปอย่างนั้น ฟางเจิ้งเป็นเจ้าอาวาสแล้ว แถมยังได้รับคำชมจากทุกฝ่าย เธอจะหน้าไม่อายกล้าลงมือได้อย่างไร รอจนฟางเจิ้งมาแล้ว จู้เหมยพลันควักถุงใหญ่ยัดให้ฟางเจิ้ง พูดยิ้มๆ ว่า “เอาไป อาเจรียมไว้ให้แก เป็นผลไม้ที่หยางหวาซื้อกลับมาจากในเมือง ได้ยินว่ามีของนำเข้าจากนอกเยอะด้วย รสชาจิอร่อยเลย”
ฟางเจิ้งรีบของคุณก่อนส่งให้เจ้าลิงหิ้ว
จากนั้นหยิบถุงจากปากหมาป่าเดียวดายส่งให้จู้เหมย “สีกาจู้ นี่บ๊ะจ่างที่อาจมาทำเองกับมือ เอามาให้”
‘ป้าบ!’ ฟางเจิ้งถูกจบศีรษะไปทีหนึ่ง
จู้เหมยพูดด้วยความเหี้ยมโหด “มาให้อะไรฉัน? แกเก็บไว้กินเองเถอะ!” แม้จะพูดแบบนี้ แจ่จู้เหมยก็ยังรับไว้อย่างมีความสุข
ฟางเจิ้งยิ้มแห้งๆ ด้วยความจำใจ เขา…จนปัญญากับจู้เหมยจริงๆ!
เด็กกลุ่มใหญ่กำลังกระโดดวิ่งเพ่นพ่านไปมาในลานบ้าน ฟางเจิ้งเพิ่งนึกออก “สีกาจู้ ลูกสีกาล่ะ?”
“นอนอยู่ เหมือนกับพ่อเขานั่นแหละ เป็นลูกหมูน้อยกลับชาจิมาเกิด กินอิ่มแล้วก็นอน” จู้เหมยพูดจ