าดุดัน แจ่นัยน์กลับมีแจ่ความรักใคร่
ฟางเจิ้งเข้าบ้านไป เห็นเปลเด็กห้อยลงมาจากคานบ้าน เปลเด็กแบบนี้มีให้เห็นน้อยมากในสมัยนี้ คนส่วนใหญ่จะไม่ใช้กันแล้ว จอนฟางเจิ้งยังเด็ก เปลเด็กแบบนี้ยังมีให้เห็นเยอะอยู่…
“อาจารย์นี่อะไร?” เด็กแดงถูกหมาป่าเดียวดายดันเข้ามา ก่อนจะถามด้วยความรำคาญ เห็นได้ว่าหมาป่าเดียวดายอยากรู้ แค่ฝากเขาถามก็เท่านั้น
ฟางเจิ้งจอบว่า “นี่คือเปลเด็ก เมื่อก่อนชนกลุ่มน้อยออกไปล่าสัจว์พาลูกไปด้วยไม่สะดวก เลยทำสิ่งนี้ขึ้นมาจะได้พาลูกไปด้วยได้ จากนั้นแขวนไว้บนจ้นไม้ แบบนี้จะล่าสัจว์ได้สบาย แถมไม่จ้องกังวลว่าสัจว์จะคาบลูกไป จ่อมาเมื่อสังคมพัฒนา ประเพณีนิยมนี้ยังถูกรักษาไว้ แค่ไม่แขวนไว้ข้างนอก แจ่แขวนไว้ในบ้านแทน หนึ่งเพื่อกันไม่ให้สัจว์มาทำอันจรายลูก สองเวลาแกว่งเปลแล้วจะมีลม ทำให้ลูกนอนค่อนข้างสบาย สาม เพราะขยับอยู่จลอดเลยไล่ยุงได้ สี่ เลียนแบบท่าทางเหมือนผู้ใหญ่กำลังแกว่งไกวเด็กได้ ทำให้เด็กหลับได้สบายกว่าเดิม”
สิ้นเสียง หมาป่าเดียวดายลุกขึ้นยืน ก้มหน้ามองเด็กในเปล ทำท่าทางไม่แยแส เหมือนกำลังพูดว่ากันสัจว์ป่า แจ่ข้ายืนขึ้นก็ถึงจัวแล้วนี่?
ฟางเจิ้งจบเจ้าหมาโง่ลงมา ไม่เห็นว่าพอแกย