น้ำนั่นเพราะเจ้าคนไร้ความดีบางคนคลายอภินิหารออก ทำให้เธอเห็นภาพในความเป็นจริงก็เท่านั้น
ฟางเจิ้งได้ยินเสียงข้างหลังก็ฮัมเพลงเบาๆ เดินกลับห้องไป
มื้อเย็น หลี่จิ้งชูไม่ออกมาทานข้าว สวีเหยียนไปหาด้วยความแปลกใจ แต่ก็ถูกไล่ออกมา แถมยังถูกต่อว่า
หลังกินอาหารเสร็จ ฟ้ามืดลงทีละน้อย ฟางเจิ้งเดินผ่านข้างกายสวีเหยียน พูดเสียงเบาว่า “ประสกสวี อาตมาเห็นมีคนตามประสกตลอดเลย”
สวีเหยียนขมวดคิ้ว “ใคร?”
“เห็นไม่ชัด น่าจะไม่ใช่คนเป็นนะ” ฟางเจิ้งตอบ
“ฟางเจิ้ง! นายเป็นคนทะเลดาวแล้ว ไม่ใช่หลวงจีน พูดเรื่องผีสางเทวดาให้น้อยๆ ลงหน่อย” สวีเหยียนแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วจากไป
ฟางเจิ้งแสยะปากยิ้มให้แผ่นหลังสวีเหยียน ก่อนกลับห้องไป
แม้สวีเหยียนจะพูดจามีเหตุผลและเด็ดขาด แถมยังมั่นใจเต็มสิบ ทว่าเขามั่นใจเต็มสิบจริงๆ หรือ? เขาหันหลังไปมองตลอดเวลา…ไม่รู้ว่าทำไม พอฟางเจิ้งพูดแบบนั้นแล้วเขาก็รู้สึกว่ามีค คนตามหลังตนจริงๆ
สวีเหยียนเปิดประตูเตรียมเข้าห้อง ทันใดนั้นเอง เขาเห็นร่างเงาคนยืนอยู่ข้างหลังจากในกระจกบนประตู! คุ้นตานิดๆ แต่นึกไม่ออกว่าใคร สวีเหยียนหันไปมองก็ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
สวีเหยียนกลืนน้ำลายลงคอ มือสั่นนิดๆ หันไปมอง