ีเหยียนแทบจะร้องไห้แล้ว บรรพบุรุษคนนี้มาจากไหน ทำไมถึงไม่เคยทำให้เขาสบายใจเลย และที่เหลือเกินกว่านั้นคือปกติคนใหม่ที่มาจะกลัวหน้ากลัวหลัง ทุกคนไม่นั่ง ใครจะกล้านั่งม มั่วซั่ว! ฟางเจิ้งทำแบบนี้ เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก สถานการณ์ต่างๆ เป็นเหตุการณ์กะทันหัน เขาเองก็ไม่มีมาตรการเร่งด่วน เมื่อไม่มีวิธีอื่นแล้วจึงดึงฟางเจิ้งพลางว่า “ทุกที่มีกฎ ที่ตรงนี้คือที่นั่งของเจ้าของบ้าน เป็นที่นั่งหัวหน้า นายไปนั่งข้างๆ จะดีกว่า”
ฟางเจิ้งเห็นหัวหน้าหญิงหน้าใกล้จะเขียวคล้ำแล้ว จึงพยักหน้าเล็กน้อย “ช่างเถอะๆ แค่ที่นั่งเดียวเอง ให้สีกานั่งแล้วกัน”
พูดจบ สวีเหยียนถอนหายใจโล่งอกทันที มองฟางเจิ้งด้วยความซาบซึ้งใจพร้อมกับคิดในใจว่า ‘ในที่สุดไอ้นี่ก็รู้จักมารยาทสักที’
หัวหน้าหญิงมีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย…
ทว่าต่อมา…
ฟางเจิ้งลุกขึ้น ทว่าเจ้านี่ยกเก้าอี้ขึ้นมาด้วย จากนั้นสลับตำแหน่งกับเก้าอี้พลาสติกตัวนั้น ถึงฟางเจิ้งจะสลับที่ แต่เขายังนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม
เห็นดังนั้น หัวหน้าหญิงสีหน้าดำมืด ราวกับเมฆฝนจะหยดเป็นน้ำออก