เยอะมาก ตอนนี้ฉันเล่นจบเพลงหนึ่งแล้ว เรานี่เป็นอัจฉริยะจริงๆ แต่ว่าควรจะให้ของอะไรกับอาจารย์ใหม่ของฉันไหมนะ คนเราต้องตอบแทนคุณสิ’
‘ฉันหางานใหม่ได้แล้ว ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเล เหอะๆ…อยู่ๆ ไปช่วงหนึ่งจนชินแล้วก็อาจจะประหยัดเงินได้ไม่น้อย’
‘ครูฝึกหานไม่เลวเลย เข้ากันได้ง่ายมาก สอนอะไรฉันเยอะมาก แต่ว่าแสดงเป็นตัวตลกยากมากเลย เท้าบิดจนเจ็บไปหมด…หวังหลุนไอ้คนสมควรตาย ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ฮือๆ เจ็บก็ต้องไปทำงาน ชีวิตรันทดเหลือเกิน’
‘ครูฝึกหานตอบตกลงแล้วว่าจะช่วยฉันจัดแสดงปลาโลมา ฮ่าๆ…ฉันรู้อยู่แล้ว มนุษยสัมพันธ์ของฉันดีจะตาย!’
……
บันทึกเล่มนี้หนามาก อีกทั้งทุกบันทึกไม่ได้ยาวเป็นพิเศษ บ้างเป็นประโยค บ้างไม่ได้เขียนนาน ในนั้นมีช่วงเว้นว่างไปหลายปี…ทว่าตอนที่ฟางเจิ้งปิดเล่มบันทึก เขาพบว่าหน้าหลังสุดยังมีตัวอักษรอีกแถว!
ฟางเจิ้งอ่าน ด้านบนเขียนไว้ว่า ‘หรือว่านายไม่รู้ เด็กสาวข้างๆ นายผมยาวแล้วไม่ใช่เหรอ?’
กระดาษแผ่นนี้เป็นกระดาษแผ่นเดียวที่ยับ เหมือนเคยเปียกชื้นจากหยดน้ำมาก่อน
ฟางเจิ้งเหมือนเห็นเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ฟังเพลงดอกลิลลี่ที่ร่ำไห้ น้ำตาไหลพลางเขียนประโยคนี้ ทว่าตอนที่เธอ