ตอนนี้เองโอวหยางเฟิงหวาพูด “พี่ใหญ่คะ คุณอย่าเพิ่งโกรธสิ ให้ฉันดูตั๋วคุณหน่อยได้ไหม?”
“จะดูอะไร?! ก็ให้ดูแล้วไม่ใช่เหรอ? อย่ามากวนฉัน!” ผู้ชายคนนั้นถลึงตามองและตะคอกมาตรงๆ ถึงพบว่าคนที่พูดเป็นหญิงงาม น้ำเสียงถึงเบาลงเล็กน้อย จากนั้นหมุนตัวกลับมาขึงตามองฟางเจิ้ง “มองอะไร?” เขาเหมือนกับถังดินระเบิด ใครแตะก็จะระเบิดคนนั้น
ฟางเจิ้งอยากจะพูดหลายครั้งแต่ก็ถูกอีกฝ่ายถลึงตามองกลับมา เขาจึงส่ายหน้าด้วยความจำใจ หลีกทางไปยืนอยู่ข้างๆ ไม่ออกเสียงอีก
เด็กแดงกับโอวหยางเฟิงหวาเห็นแบบนั้นก็รู้สึกว่าฟางเจิ้งไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง เด็กแดงจึงถามฟางเจิ้งเบาๆ “อาจารย์ ทำอย่างไรดี? ท่านถูกแย่งที่แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นท่านนั่งที่ข้า? หรือไม่ก็ให้ข้าโยนเขาออกไป?”
ฟางเจิ้งขยี้หัวเด็กแดง “จิ้งซิน นายเป็นนักบวช อย่าคิดแต่จะต่อยตีทั้งวัน ไม่ดี”
“อ้อ…” เด็กแดงเบะปากเพราะไม่คิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย
โอวหยางเฟิงหวาพูดต่อ “ไต้ซือ ท่านนั่งที่ฉันเถอะ ฉันยืนเดี๋ยวเดียวไม่เป็นไรหรอก”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “ไม่ต้อง รออีกเดี๋ยวประสกท่านนี้ก็จะลงรถแล้ว ก็จะมีที่นั่งเอง”
โอวหยางเฟิงหวาอดถามมิได้ “เขาจะลงรถที่ไหน? ใกล้ๆ แถว