รื้นและเปิดโลกก็พอแล้ว ไปถึงยอดเขาจะต้องมีเรื่องยุ่งยากมากแน่ๆ เขาขี้เกียจขนาดนี้ แน่นอนว่าไม่ได้ไปก็ไม่ไปจะดีกว่า…
โอวหยางเฟิงหวาเห็นฟางเจิ้งไม่มีท่าทีว่าจะโต้แย้งใดๆ จึงได้แต่จำใจ เบะปากว่า “ไต้ซือ ท่านมีนิสัยแบบนี้จะถูกรังแกเอาง่ายๆ นะ”
ฟางเจิ้งหัวเราะเบาๆ เขาถูกรังแก? โตมาขนาดนี้ยังไม่เคยถูกใครรังแกจริงๆ เลย เขาเลยตอบยิ้มๆ “สีกาไม่ต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก”
“เอาเถอะ ท่านไม่สนใจแล้วฉันจะพูดอะไรได้ อ้อ ไต้ซือ ท่านจะไปวัดแสงสายัณห์เมื่อไรเหรอ?” โอวหยางเฟิงหวาถาม
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นก็หน้าเศร้าโดยพลัน ไปเมื่อไร? นี่เป็นปัญหาจริงๆ ไม่มีเงินแล้วจะไปอย่างไร? มีเงินแล้วค่อยไป? เดาว่าคงหลายปีหลังจากนี้ บินไป? นี่ก็เป็นวิธีหนึ่ง…แต่จะบอกใครไม่ได้!
โอวหยางเฟิงหวาเห็นฟางเจิ้งลำบากใจเลยกลอกตาโต “ไต้ซือ ฉันไม่เคยไปวัดแสงสายัณห์หรอกนะ แถมฉันไม่มีบัตรเชิญด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นท่านพาฉันไปไหม?”
ฟางเจิ้งขมวดคิ้วแน่น พาผู้หญิงไปด้วย นี่ไม่ค่อยดีนัก
“ไต้ซือ ท่านพาฉันไป ฉันจะออกค่าเดินทาง ค่าอาหารและที่พักให้หมดเลย” โอวหยางเฟิงหวากล่าว
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นดวงตาเปล่งประกายโดยพลัน ประนมสองมือกล่าวไปว่า “อมิตาพ