ียงดังในบ้าน…นี่มันกลุ่มพวกบ้าชัดๆ!
หมาป่าเดียวดายแหงนหน้ามองฟางเจิ้ง “อาจารย์ เจ้าพวกนี้บ้าไปแล้ว”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “บ้าจริงๆ”
หมาป่าเดียวดายถาม “แล้วท่านจะยังยุ่งกับพวกเขาไหม?”
“แน่นอน!” ฟางเจิ้งพยักหน้า
“ไต้ซือ ท่านกลับมาแล้ว! รีบนั่งเร็วครับ!” หวังคุนเห็นฟางเจิ้งเลยโบกมือให้อย่างดีอกดีใจ มืออีกข้างถือเบียร์ขวดหนึ่ง ดูมีความสุขมากอย่างเห็นได้ชัด
ฟางเจิ้งหัวเราะแห้งๆ “ทุกคนเล่นต่อไปเถอะ อาตมาจะออกไปเดินเล่น”
ว่าจบ ฟางเจิ้งจึงพาหมาป่าเดียวดายออกไป หวังคุนคิดๆ แล้วก็ตามไปทันที
“ไต้ซือ ท่านไม่ชอบความครื้นเครงเหรอครับ ผมให้ทุกคนกลับไปไหม?” หวังคุนซาบซึ้งใจต่อฟางเจิ้งจริงๆ คำพูดเมื่อวานอาจจะเปลี่ยนความคิดของคนอื่นที่มีต่อเขาไม่ได้ แต่เปลี่ยนมุมมองของเขาต่อโลกได้! ยืนหยัดว่าตนคิดถูกต้อง ไม่ได้เสียเปล่า ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเสียเปล่า เขาชอบความรู้สึกนี้! ดังนั้นหวังคุนเลยมองฟางเจิ้งเป็นเพื่อนสนิทที่สุด
ฟางเจิ้งขบคิด ตอบว่า “หวังคุน อาตมามีเรื่องอยากจะพูดด้วย”
“เรื่องอะไรครับ” หวังคุนถามทันที ก่อนตบหน้าอก “ไต้ซือจะเกรงใจผมทำไม มีเรื่องอะไรพูดมาเลยครับ”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “คืออย่างนี้…”
ฟางเจิ้งเล่าสถานการณ์ของหลู่เจิ้งให้หวังคุนฟัง หวังคุนฟังนิ่งไปนิด เอ่ยว่า “คนที่โดนรถชนเมื่อช่วงก่อนคือลูกชายของคุณอาคนนั้น? ว่าแล้วเขาถึงไล่พวกเราไป”
“เรื่องราวคร่าวๆ ก็ประมาณนี้ อาตมาอยากช่วยหลู่เจิ้ง แต่ต้