น่าจะเป็นเป้าหมายของอาตมาครั้งนี้ เสร็จภารกิจแล้วพวกเราจะได้กลับกัน” ฟางเจิ้งพูด
“ดีเลย!” หมาป่าเดียวดายไม่ชินกับสังคมมนุษย์จริงๆ มันวิ่งเล่นไปมาบนเขาได้ เข้าหมู่บ้านก็ยังได้รับการต้อนรับจากแต่ละครัวเรือน แต่ในเมืองนี่ มันออกห่างจากฟางเจิ้งได้ไม่เกินสิบก้าว กลัวว่าไปไกลหน่อยแล้วจะหลงอยู่ในเมืองซึ่งเหมือนเขาวงกตนี้ ที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินบนเขา แต่อยู่ข้างล่างไม่ว่าอะไรก็ต้องใช้เงิน อีกทั้งพวกเขายังเหมือนจะขาดแคลนเงินมากที่สุดด้วย…การกินยังมีปัญหา แล้วจะไปพูดถึงอิสระอะไร?
ฟางเจิ้งยืนอยู่หน้าประตูห้อง 203 ตรึกตรองครู่หนึ่งแล้วจึงเคาะประตูดังก๊อกๆ
“ใคร?” เสียงผู้ชายที่เจือความรำคาญอยู่มากดังขึ้น ประตูเปิดออกตามมา ตอนนี้หลู่ฮุยยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าหมองเศร้า
หลู่ฮุยเงยหน้าขึ้น เห็นหลวงจีนหนุ่มน้อยสวมจีวรขาวรูปหนึ่งยืนตรงปากประตู ข้างๆ ทั้งยังมีหมาป่าตัวใหญ่คล้ายลูกวัวยืนอยู่ มันน่าตกใจนิดๆ ทว่าหลวงจีนกลับหน้าตาดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางๆ ดูอบอุ่นอ่อนโยน เจิดจ้าจนคนเกิดความอบอุ่นในใจเล็กน้อย
ทว่าหลู่ฮุยขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม “มีธุระอะไร?”
ฟางเจิ้งประนมสองมือกล่าว “อมิตาพุท