หวังคุนเหมือนขบคิดอะไร กินข้าวเสร็จก็พลันถาม “ไต้ซือ ท่านว่าคนเราต้องเรียนหนังสือถึงจะมีอนาคตรึเปล่า”
เมื่อก่อนตอนฟางเจิ้งเรียนหนังสือก็เคยคิดถึงคำถามนี้ทุกวัน เพราะเขาไม่ใช่เด็กที่รักการเรียน จนกระทั่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนี ถึงค่อยเข้าใจความหมายของการเรียนหนังสือ ดังนั้นเขาจึงนั่งตัวตรง มองหวังคุนด้วยสีหน้าอ่อนโยน “ประสก เมื่อก่อนอาตมาก็เคยเรียนหนังสือ ตอนนั้นอาตมาไม่ชอบการเรียน คิดว่าชีวิตคนเราไม่ควรผูกมัดอยู่ในห้องเรียนเล็กๆ นั่น โลกข้างนอกกว้างใหญ่ ทำไมเราไม่กางปีกบิน”
“ก็ใช่ครับ…” หวังคุนขานรับ
ฟางเจิ้งพูดต่อ “ต่อมาอาตมาได้เป็นเจ้าอาวาสวัด ถึงรู้ว่าอาตมาขาดความรู้จากตำรา ตอนญาติโยมมากมายเข้ามาถาม มีหลายครั้งที่อาตมาอ้างอิงเรื่องในตำรามาแก้ปัญหาไม่ได้ ตอนนั้นอาตมาถึงเข้าใจประโยคที่ว่าเมื่อถึงคราวต้องใช้ความรู้จึงนึกโกรธตัวเองว่าทำไมความรู้น้อย”
“นี่…ความหมายของไต้ซือคือยังต้องเรียนหนังสือเหรอ” หวังคุนผิดหวังเล็กน้อย
ฟางเจิ้งกลับส่ายหน้า
หวังคุนพูด “แล้วความหมายของไต้ซือคือ?”
ฟางเจิ้งยิ้มแล้วถามกลับ “ประสกเป็นนักเรียนที่ดีไหม”
หวังคุนตรึกตรองแล้วก็ส่ายหน้าตอบ “ไม่ครับ อย่างน้อยพ่อแม่ผม อาจารย์ แล