้วก็เพื่อนคิดว่าผมเป็นขยะในเรื่องการเรียน”
ฟางเจิ้งเห็นสีหน้าจนปัญญาของหวังคุน จึงถามต่อ “ถ้าอย่างนั้น ประสกเป็นมือฉมังด้านบาสเกตบอลรึเปล่า”
หวังคุนพลันมีท่าทีกระฉับกระเฉง เชิดหน้าขึ้นมองต่ำลงมาราวกับประมุขบนสนามบาส “แน่นอนอยู่แล้ว! ในโรงเรียนเรา เรื่องเล่นบาส ถ้าผมบอกว่าเป็นที่สอง ไม่มีใครกล้าบอกเป็นที่หนึ่ง!” พูดจบก็หน้าแดง เพราะเฉินเหว่ยแข่งกับเขาอยู่ทุกวัน
ฟางเจิ้งถามต่อ “ทำไมประสกถึงเล่นบาสเก่งขนาดนั้น ทำไมถึงเหนือกว่าคนอื่นขนาดนั้น?”
หวังคุนไม่คิดอะไรเลย แต่พูดรัวเหมือนปากเป็นน้ำตก “ง่ายมาก ผมพยายามกว่าพวกเขา! มีช่วงหนึ่งลูกบาสไม่เคยห่างจากมือผมเลย ผมฝึกทุกวัน ชู้ตบาสทุกวัน ไม่รู้ว่าทำมากกว่าพวกเขากี่เท่า อีกอย่างผมมีวิดีโอ NBA เยอะด้วย ผมมีวิดีโอเจ๋งๆ ของยอดฝีมือแทบทุกคน แถมยังมีข้อมูลการฝึกกับการสอนต่างๆ…ผมยังเคยเข้าร่วมการฝึกอบรมรุ่นเยาว์ด้วย…”
หวังคุนพูดถึงประวัติอันรุ่งโรจน์จากความพยายามของตัวเองเป็นครึ่งชั่วโมงในทีเดียว ฟางเจิ้งยิ้มมองหวังคุนตลอด รอจนหวังคุนพูดจบถึงยิ้มเรียบๆ “ถ้าอย่างนั้นประสกคิดว่าการเรียนไม่มีประโยชน์รึเปล่า”
หวังคุนงุนงง จ้องฟางเจิ้งพลางคิดถึงตัวเองอีกค