ั้นสำคัญมาก
ระหว่างคุยกันอยู่นี้ หวังคุนพาฟางเจิ้งเข้าเขตเล็ก บ้านเขาไม่ใช่บ้านพักเดี่ยว แต่เป็นตึกเล็กสูงเจ็ดชั้น บ้านเขาอยู่ชั้นสาม เมื่อผลักประตูเปิดเข้าไป ข้างในตกแต่งไม่หรูหรา แต่ใช้ความสว่างและเรียบง่ายเป็นหลัก
“เข้ามาเถอะ ช่วงนี้ผมอยู่บ้านคนเดียว ในตู้เย็นมีของกิน อยากกินอะไรก็เชิญตามสบายเลย ผมจะไปทำอาหาร” หวังคุนพูดพลางโยนกระเป๋าหนังสือแล้วเดินเข้าห้องครัว
ฟางเจิ้งมึนงง มองออกจากคำพูดของหนุ่มรปภ.ได้ไม่ยากเลยว่าหวังคุนไม่ถือว่าเป็นเด็กดีในสายตาอาจารย์ แต่หลังจากรู้จักเขามาช่วงหนึ่ง ฟางเจิ้งพบว่าหวังคุนไม่ใช่เด็กเลวร้ายอะไร เพียงแต่ว่าเขาแสวงหาสิ่งที่แตกต่างจากนักเรียนส่วนใหญ่ เขาไม่ชอบเรียนหนังสือ ชอบเล่นบาส เขาเอาเวลาอ่านหนังสือของคนอื่นมาเล่นบาส เลยกลายเป็นเด็กสร้างความวุ่นวายอีกแบบในสายตาอาจารย์และเพื่อนๆ กลายเป็นเด็กเลวในสายตาเด็กเรียน
ฟางเจิ้งถามด้วยความแปลกใจ “เราทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”
“เป็น พ่อแม่ผมออกไปต่างจังหวัดบ่อยๆ ออกไปทีก็ครึ่งเดือน บางครั้งก็เดือนสองเดือน ผมเริ่มทำอาหารเองตอนอายุสิบขวบ ผมไม่ชินกับอาหารในร้านอาหาร…ไต้ซือ ท่านงดอาหารอะไรรึเปล่า” หวังคุนถาม
ฟางเจิ้งพยักหน