ะดุ้ง ชี้ฟางเจิ้งพร้อมว่า “เขาคงไม่นั่งเก้าปีหรอกนะ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ต่อให้ไม่นั่งเก้าปี นั่งแค่ครึ่งเดือน…ก็เหลือทนแล้ว” หลินอิ๋งยิ้มแห้งๆ
หลินเหล่ยอึ้งงัน เดินวนอยู่กับที่ ด้วยความหมดอาลัยตายอยาก เมื่อเห็นนกฮาเซลเกราซ์พยายามดิ้นรนอยู่บนพื้นพยายามจะหลุดออกจากเงื่อนกระดองเต่า จึงทำเสียงหึๆ “ไก่นี่ดิ้นรนน่าดูเชียว ยังไงก็ว่างแล้ว ตุ๋นไก่กินดีไหมนะ?”
สิ้นเสียง หลินจื้อเฉิงที่นอนหมอบบนพื้นตกใจจนขนแทบลุกชัน พยายามดิ้นรนจะหนีสุดชีวิตพลางร้องเสียงดัง “หลินเหล่ย ไอ้สารเลว แกกล้าเรอะ!”
น่าเสียดาย หลินเหล่ยฟังไม่เข้าใจเลย เขาหิ้วหลินจื่อเฉิงขึ้นมามองอย่างละเอียด เอ่ยว่า “หลินอิ๋ง เธอจะกินไหม?”
“ยังหาพี่ไม่เจอเลย นายจะกินอะไร? แล้วก็นะ เมื่อก่อนนายไม่ชอบฆ่าสัตว์นี่ ทำไมแค่ขึ้นเขามาไม่กี่วันถึงกระตือรือร้นจังเลย?” หลินอิ๋งพูดอย่างไม่พอใจ
“พี่เป็นคนสอนฉันเอง เขาบอกว่าผู้ชายจะต้องเห็นเลือด คนที่ไม่เคยเห็นเลือดแต่เคยกินเนื้อไม่ถือว่าเป็นผู้ชาย! วันนี้ผ่านเรื่องหมูป่ากับกวางป่ามา ฉันว่าที่พี่ก็พูดมีเหตุผลเหมือนกัน…ถ้าผู้ชายไม่โหดบ้าง จะยืนหยัดบนโลกนี้ได้ยังไง?” หลินเหล่ยตอบ
หลินจื้อเฉิงได้ยินด