้ คุณหมดสติมาหนึ่งวันแล้ว!” หลี่เซียงตะโกนพลางร้องไห้
เฉาชั่นอึ้งไป หนึ่งวันแล้ว? เขาไม่ห่วงว่าทำไมตนถึงหมดสตินานขนาดนี้ เขาห่วงแค่ว่าไม่ได้ไปหนึ่งวันจะโดนหักเงินเท่าไร!
ตอนนี้เองเฉาชั่นถูกกอดขา พอก้มหน้ามองไปก็เห็นเฉาเสวี่ยเคอลูกสาวกอดขาตัวเองไว้ เงยหน้าพูดว่า “พ่อคะ ไม่ต้องไปแล้วได้ไหม? พ่อไม่ได้เล่นกับเสวี่ยเคอมานานแล้วนะ ไหนพ่อบอกว่าจะหาเวลามาเล่นกับเสวี่ยเคอ ยังบอกว่าอีกว่าจะให้ของขวัญเสวี่ยเคอ…พ่อ ไม่ไปแล้วได้ไหม? เมื่อวานแม่ร้องไห้ทั้งวันเลย เสวี่ยเคอเสียใจ”
เฉาชั่นมองภรรยา หลี่เซียงพยายามไม่ร้องไห้ แต่เค้นรอยยิ้ม “เปล่าสักหน่อย…ลูกก็พูดไปเรื่อย”
“เสวี่ยเคอบ้านเราไม่เคยโกหก” เฉาชั่นกล่าว จากนั้นออกแรงกอดไหล่ของหลี่เซียง
ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง เฉาชั่นพาเฉาเสวี่ยเคอมาเล่นในลานบ้าน ตอนนี้เองไม่รู้ว่าใครจัดงานศพที่บ้าน กลุ่มคนแบกโลงศพไม้ เป่าแตร โปรยกระดาษเงินตรงปากประตู
เฉาเสวี่ยเคอถามด้วยความแปลกใจ “พ่อคะ หนูว่าต่อไปหนูคงไม่ต้องใช้ไม้ใหญ่ขนาดนี้”
ได้ยินดังนั้น เฉาชั่นพลันน้ำตาไหล หมุนตัวกลับ ปาดน้ำตา นั่งยองลงพูดยิ้มๆ ว่า “เสวี่ยเคอไม่ได้ใช้ของนั่นหรอก”
“เสวี่ยเคอรู