หญ่บ้านเหลยพูดพร้อมวางสุราลงบนโต๊ะ เปิดดินเหนียวออก กลิ่นหอมสุราลอยโชยมาทันที
เฮ่อหมิงดมดูแล้วก็ร้องขึ้น “กลิ่นนี่ เยี่ยมจริงๆ! ฮ่าๆ…ครั้งนี้ได้ลาภปากแล้ว!”
เหยาอวี่ซินเข้ามาใกล้เช่นกัน ดมแล้วหรี่ตาลง “หอมจริงๆ ด้วย ไม่ได้ล่ะ ฉันขอชามใหญ่!”
“เธอดื่มเหล้าด้วยเหรอ?” หม่าเฮ่าเหมี่ยวงุนงง
เหยาอวี่ซินตอบ “เพิ่งเรียนมาเร็วๆ นี้เอง ทำไมล่ะ? ไม่ได้เหรอ?”
หม่าเฮ่าเหมี่ยวหัวเราะแห้งๆ สองที ไม่กล้าโต้เถียง
ฟางเจิ้งดมกลิ่นนั้นแล้วก็รู้สึกแปลกใจมาก เขาย่อมไม่แปลกตากับคำว่าสุรา ในหมู่บ้านเอกดรรชนีก็มีพวกขี้เมาไม่น้อย อย่างเช่นถานจวี่กั๋ว หวังโอ้วกุ้ย หยางหวาและซ่งเอ้อโก่วเป็นต้น พูดได้ว่าผู้ชายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือว่าการดื่มสุราเป็นเกียรติ ถือว่าดื่มสุราได้ก็เป็นเกียรติเช่นกัน บางคนให้ลูกดื่มสุราตั้งแต่ยังเล็ก พอเติบใหญ่แล้วแต่ละคนต่างเป็นไหสุราน้อย ทว่าด้วยกระแสสังคมในช่วงสองปีนี้จึงเริ่มถูกควบคุม ถึงอย่างไรการให้เด็กเล็กมากเกินไปดื่มสุรา ไม่เพียงแต่ทำลายร่างกาย แต่ยังมีข่าวลือว่าส่งผลถึงการพัฒนาด้านสติปัญญาด้วย
ในยุคที่การเรียนรู้อยู่สูงสุดนี้นั้น พวกชาวบ้านเลยต้องเปลี่ยนนิสัย
ฟางเจิ้งไม่แปลกตากับสุรา แต่ก็แปลกตาเช่นกัน เพราะเขาไม่เคยดื่มมาก่อน ถึงตอนเด็กจะซุกซนเกเร ทว่าก็ไม่เคยแตะสุราของเผ็ดร้อนชนิดนี้มาก่อน ตอนนี้ดมกลิ่นหอมสุรา ในใจอยากรู้อยากเห็นยิ่งกว่าเดิมว่าสุราสิบปีนี้มีความต่างอย