่าเรื่องถึงขั้นน้ำลายกระเด็น สีหน้าโอเวอร์ ท่าทางเกินจริง แต่คนชรากลับหัวเราะจนหุบปากไม่ได้
“หลวงพี่ กำลังทำอะไรน่ะ?” ตอนนี้เองมีน้ำเสียงสงสัยดังมาจากข้างล่าง ฟางเจิ้งกับเด็กแดงตกใจสะดุ้งจนแทบจะหัวทิ่มลงไป หันไปมองก็เป็นอาจารย์สอนเต้นคนนั้น ชายหนุ่มสวมแว่นตาคนนี้มีชื่อว่าหม่าเฮ่าเหมี่ยว
“ประสกหม่า อาตมากำลังดูสีกาเหยา เอ่อ ท่าทางเธอแปลกมาก” ฟางเจิ้งไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
เด็กแดงพูดทันที “ท่าทางเหมือนกับคนบ้า”
หม่าเฮ่าเหมี่ยวได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะ พูดตอบว่า “เหยาอวี่ซินน่ะ…” เอ่ยถึงตรงนี้หม่าเฮ่าเหมี่ยวก็ถอนหายใจ สีหน้าจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย พูดต่อ “ความจริง เมื่อก่อนเหยาอวี่ซินไม่ใช่แบบนี้”
ฟางเจิ้งงุนงง เด็กแดงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เมื่อก่อนนางเป็นอย่างไร?”
“เดินไปคุยไปเถอะ ถ้าเธอได้ยินเข้าผมตายแน่” หม่าเฮ่าเหมี่ยวพาฟางเจิ้งกับเด็กแดงเดินไปพลางคุยไปพลาง “ผมก็ได้ยินมาจากหัวหน้าเหมือนกัน เมื่อก่อนเหยาอวี่ซินเหมือนกับพี่หลิว เป็นผู้หญิงสุภาพมาก แต่ต่อมาเกิดเหตุร้ายกับครอบครัวเธอ คุณยายที่รักเธอมากที่สุดจากไป นับจากนั้นมาเธอหมดอาลัยตายอยาก หัวหน้าเฮ่อหมิงเห็นเธอเป็นแบบนั้นถึงชวนให้มาร่วมกลุ่มอาสาสมัคร บางทีเธออาจจะมองคนชราที่นี่เป็นคุณยายของเธอเองก็ได้ เธอเคยบอกว่าเธอติดค้างการอยู่กับยายแล้วก็รอยยิ้มมีความสุข ดังนั้นทุกครั้งที่เธอมาที่นี่จะพยายามอยู่กับคนชรา คอยพูดคุยหยอกล้อให้พ