พอเจอหน้ากันก็ทักทาย เห็นได้ชัดว่ามีมารยาทมาก แต่ยังคงกลัวฟางเจิ้งนิดๆ ไม่กล้าเข้ามา
วุ่นวายกันอยู่ครู่หนึ่ง พวกเด็กๆ ต้องรีบไปเข้าเรียนเลยแยกย้ายกันไป
เห็นพวกเด็กๆ กระโดดโลดเต้นบนเส้นทางเทาดั่งถ่านวิ่งไปอย่างมีความสุขแล้ว ฟางเจิ้งถูจมูกโดยไม่รู้ตัว รู้สึกเจ็บจมูกนิดๆ ตั้งแต่เล็กเขาคิดว่าตนลำบากมากแล้ว ดังนั้นเมื่อเติบใหญ่จึงอยากลงเขาไปหาเงิน ใช้ชีวิตดีๆ ไม่อยากเป็นนักบวชแล้ว…
แต่ตอนนี้เจอเด็กที่นี่ เขาพลันพบว่าช่วงวัยเด็กของตนมีความสุขมาก
ฟางเจิ้งลูบหัวเด็กแดง “ศิษย์ อาจารย์ตัดสินใจแล้ว”
“อะไรรึ?” เด็กแดงเงยหน้าถาม
“จากนี้อาจารย์จะไม่สวดมนต์ข่มขู่นายอีก” ฟางเจิ้งตอบด้วยมาดขรึม
เด็กแดงตาเปล่งประกาย “อาจารย์ จริงรึ?” เขาพลันรู้สึกว่าในที่สุดตนก็ได้ขึ้นสวรรค์!
ฟางเจิ้งตอบอย่างจริงจังมากว่า “อืม นับจากนี้ถ้านายไม่เชื่อฟัง อาจารย์จะส่งนายมาใช้ชีวิตกับพวกเขาที่นี่”
เด็กแดงชะงักงันก่อนดึงขากางเกงฟางเจิ้ง พร้อมกันนั้นยังพูดด้วยมาดขรึม “อาจารย์ จากนี้ไปศิษย์จะเชื่อฟังอย่างแน่นอน”
…………..
เส้นทางภูเขาข้างล่างเดินยากจริงๆ แต่ทุกคนเป็นมืออาชีพ ฟางเจิ้งแรงเยอะ ฝีเท้ามั่นคง ย่อมไม่มีปัญหา ทุกคนเรียงกันลงไปอย่างเป็นระเบียบ นำน้ำส่งไปยังหมู่บ้านสุดท้าย หมูบ้านนี้มีชื่อว่าหมู่บ้านขาหลัง ความหมายคือเป็นหมู่บ้านสุดท้ายในภูเขาใหญ่นี้ ในหมู่บ้านมีสิบกว่าครัวเรือน มิหนำซ้ำส่วนใหญ่เป็นคนชรา คนชราบางคนออ