กี่ยวข้าวสักเม็ดเดียว” ถานจวี่กั๋วตอบอย่างจริงจัง
ออกจากหมู่บ้านเอกดรรชนีไป จิตใจฟางเจิ้งหนักอึ้งเล็กน้อย ความแห้งแล้งต่อเนื่องทำให้หมู่บ้านใกล้เคียงเกิดปรากฏการณ์ขาดน้ำ แม้จะไม่ถึงขั้นคนกระหาย แต่ถ้าจะเติมน้ำเข้านาก็คงยากแล้ว…ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ชาวบ้านใกล้เคียงต้องประสบหายนะแน่ๆ
อีกอย่าง ฟางเจิ้งคงดำเนินชีวิตได้ไม่ค่อยดีนัก ไม่มีน้ำพุ เขาจึงได้แต่ลงเขาไปตักน้ำ ถ้าตีนเขาไม่มีน้ำ เขาจะดื่มอะไร?
“อาจารย์ จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ถือว่ายากมากนัก” เด็กแดงเห็นความกังวลใจของฟางเจิ้งจึงยักย้ายส่ายหัว
ฟางเจิ้งตาเปล่งประกายทันที “นายมีวิธีเหรอ?”
“แน่นอนว่าต้องเรียกลมเรียกฝน! ขอแค่มีอภินิหารนี้ กวักมือเรียกลม โบกมือเรียกฝน ลมฝนก็มาแล้ว แก้ปัญหาภัยแล้งได้ทันที!” เด็กแดงหัวเราะเบาๆ
“ศิษย์น้องสี่ นายมีอภินิหารนี้เหรอ?” หมาป่าเดียวดายได้ยินดังนั้นจึงถามด้วยความตื่นเต้นทันที
เด็กแดงเอามือเล็กไพล่หลัง เชิดหน้ายืดอกขึ้นพูดด้วยความโอหัง “การเรียกลมเรียกฝน สาดถั่วเป็นทหารคือไม้เด็ดของลัทธิเต๋า มหาราชาไม่มีความสามารถ ถึงจะเป็นราชาปีศาจ แต่ข้าผูกมิตรกับสหายในใต้หล้าไว้มากมาย สหายลัทธิเต๋าอย่างเล่าจื๊อมีนับไม่ถ้วน…”
“นายทำได้เหรอ?” ฟางเจิ้งตื่นเต้นเช่นกัน ถ้าเด็กแดงเรียกลมเรียกฝนได้ก็จะแก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ได้ในฉับพลัน!
เด็กแดงพลันกุมหัวร้องขึ้น “โอ้ ไม่ไหวแล้ว ปวดหัว…คิดไม่ออก ข้าต้องไปนอนก่อน อาจารย์ ข้า