อมแพ้แล้วรึ?” ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่เด็กแดงไม่เคยกลัวฟ้ากลัวดิน และยิ่งไม่ชอบการยอมแพ้ ตอนนี้จะไปแบบนี้ก็รู้สึกอึดอัดใจ ถึงฟางเจิ้งเป็นคนที่เสียหน้า แต่ดีชั่วอย่างไรพวกเขาก็มาด้วยกัน จึงเกิดความรู้สึกโกรธร่วมกันด้วย
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ “สิบ…เก้า…แปด”
“เอ่อ อาจารย์ ท่านผิดปกติอะไรรึเปล่า?” เด็กแดงไม่เข้าใจ อาจารย์โง่คนนี้เดินไปพลางคำนวณเวลาไปพลางหมายความว่าอย่างไรกัน?
หวงซิ่งหวา เจี๋ยงหมิ่น หวงเจิ้นหวาและหลิวน่าสี่คนข้างหลังได้ยินคำพูดพยาบาลแล้วก็เห็นฟางเจิ้งเดินไป ในใจสั่นไหว คำพูดฟางเจิ้งก่อนหน้านี้ตรงกับคำพูดพยาบาล สี่คนมองตากัน
หวงซิ่งหวาเรียกไว้ตามจิตใต้สำนึก “เดี๋ยวก่อนหลวงพี่!”
และขณะนี้เองฟางเจิ้งเพิ่งนับถึงหก!
เด็กแดงตะลึง ก่อนแอบยกนิ้วโป้งให้ฟางเจิ้ง ยอมแล้ว!
ฟางเจิ้งหันกลับไปถามด้วยสีหน้าโอนอ่อน “ประสก มีเรื่องอะไรหรือ?”
“หลวงพี่ ท่านรู้ได้ยังไงว่าพ่อผม…เอ่อ…เป็นอย่างนั้นน่ะ?” ตอนนี้อธิบายยาก มักจะรู้สึกถึงเคราะห์ร้าย หวงซิ่งหวาเลยใช้คำว่าอย่างนั้นแทน
ฟางเจิ้งตอบ “อาตมาย่อมรู้ หัวใจพ่อประสกอยู่ที่กล่องนี่ กล่องไม่อยู่ หัวใจไม่สงบ ย่อมรักษายาก ส่งกล่องเข้าไป ให้เขาเห็น เขาจะวางใจ เขาจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อมากขึ้นเพื่อความยึดมั่นในใจ”
ฟางเจิ้งไม่ได้เอ่ยถึงพระธรรมลึกล้ำเหล่านั้น แต่ใช้หลักการง่ายๆ อธิบาย
พวกหวงซิ่งหวากับหวงเจิ้นหวาไม่ใช่คนโง่ ถ้าพูดแบบนี้แล้วยังไม่เข้าใจ ก็คงเป็นค