คไหม ทุกวันหมู่บ้านเราจะส่งคนมาขุดเล็กน้อย ส่วนจะขุดได้เท่าไรท่านกำหนดได้เลย จากนั้นพวกเราเอาลงไปขาย เพิ่มรายได้ให้กับพวกชาวบ้านเป็นไง?” หวังโอ้วกุ้ยหยั่งเชิงถาม
ฟางเจิ้งยิ้ม “ประสก ประสกว่าทำไมหน่อไม้บนเขาถึงเป็นที่นิยมกันขนาดนี้ล่ะ?”
“มันอร่อย! ผมลงทุนไปซื้อหน่อไม้จากทางใต้กับนำเข้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมาเลย รสชาติต่างกันราวฟ้าดิน เทียบกับหน่อไม้พวกเราแล้ว เอาเข้าปากไม่ได้เลย ทุกคนไม่ใช่คนโง่ ถ้าคนในเมืองกินหน่อไม้พวกเราแล้ว ใครจะไปกินหน่อไม้พวกนั้น” หวังโอ้วกุ้ยพูดอย่างมีเหตุผล
ฟางเจิ้งถามต่อ “แล้วทำไมหน่อไม้ตรงตีนเขาจะสู้หน่อไม้ข้างนอกไม่ได้?”
หวังโอ้วกุ้ยมึนงง พอตรึกตรองดีๆ ถึงหน่อไม้ตรงตีนเขาจะสู้บนยอดเขาไม่ได้ แต่เทียบกับหน่อไม้ข้างนอกแล้ว รสชาติก็ยังดีกว่ามาก!
ฟางเจิ้งกล่าว “ประสก หน่อไม้บนภูเขามีจำกัด หน่อไม้ตรงตีนเขาเติบโตเป็นผืน ทำไมประสกต้องกลัดกลุ้มเพราะหน่อไม้ไม่กี่หน่อบนเขาด้วย? ไม่มีหน่อไม้บนเขาแล้ว ถ้าโยมเหล่านั้นอยากกิน ก็คงจะไม่ซื้อหน่อไม้ตรงตีนเขาแล้ว”
หวังโอ้วกุ้ยตบเข้าที่หน้าผาก พูดยิ้มๆ “โอ สมองผมนี่ มัวแต่คิดว่าหน่อไม้บนยอดเขาดี แต่ดันลืมแผนธุรกิจใหญ่ๆ แบบนี้ไปได้! เอ่อ…เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง หน่อไม้บนเขานั่นให้ไม่ได้เลยจริงๆ เหรอ?”
ฟางเจิ้งยิ้ม “วัดอาตมามีอยู่ไม่กี่คน จะกินได้เท่าไร? ถ้าประสกอยากได้ก็ขึ้นเขามาขุดลงไปได้วันละหนึ่งร้อยหน่อ มากกว่านี้จะทำลายผืนป่า” ฟา