งเจิ้งคำนวณแล้ว ด้วยความเร็วในการเติบโตของไผ่หนาว ขุดวันละร้อยหน่อไม่น่าจะส่งผลเสียหายต่อป่าไผ่ ขณะเดียวกันจะได้ขวางไม่ให้ไผ่หนาวเติบโตเร็วเกินไปด้วย ถึงต้นไผ่จะดี แต่ถ้าเติบโตมากเกินไปก็อาจจะไม่ดีนัก
หวังโอ้วกุ้ยได้ยินแบบนั้นพลันยิ้มร่าเริง คิดคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว จากนี้หมู่บ้านไม่ทำอย่างอื่นแล้ว แต่จะขายหน่อไม้! ทว่าจะขายหน่อไม้บนเขาง่ายๆ ไม่ได้ หลังจากบรรจุอย่างดีที่สุดแล้วจะทำเป็นของขวัญชั้นยอดส่งออกไปขาย อีกไม่นานหมู่บ้านเอกดรรชนีคงได้หลุดพ้นจากความยากจน?
แต่หวังโอ้วกุ้ยก็รู้ว่าอนาคตอันสวยงามมาจากวัดเอกดรรชนีทั้งหมด มาจากฟางเจิ้ง จึงเอ่ยขึ้นว่า “หลวงพี่ฟางเจิ้งวางใจเถอะ ท่านดีกับหมู่บ้าน หมู่บ้านจะต้องตอบแทนเป็นเท่าตัว รอได้เงินมาแล้ว ผมจะช่วยท่านสร้างวัดใหม่!”
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อมิตาพุทธ พวกโยมดูแลอาตมาตอนเด็ก นั่นคือบุญคุณ ตอนนี้ก็แค่ทดแทนคุณไม่ใช่หรือ เป็นเพียงเหตุและผลเท่านั้น ประสกอย่าใส่ใจ”
หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะเสียงดัง “มันคนละเรื่องกันสิ ตอนนั้นควรดูแลท่านอยู่แล้ว เอาเถอะ ไม่พูดแล้ว ผมจะลงเขา ต้องคิดเรื่องนี้ให้ดีๆ”
เอ่ยจบ หวังโอ้วกุ้ยก็วิ่งไปด้วยท่าทีรีบร้อน คนอายุสี่สิบกว่าแต่เหมือนเด็กเล็ก
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ หลายปีมานี้นี่ถือว่าเขาได้ช่วยอะไรหมู่บ้านบ้าง จัดการเหตุและผลในอดีต ตอนนี้จึงค่อนข้างพอใจ…
ส่วนหมู่บ้านจะหาเงินอะไรนั้น ฟางเจิ้งไม่คิดมาก ถึงอย่างไรระบบก็ไม่