ันที ฟางเจิ้งเพิ่งจะอายุเท่าไร? สองฝ่ายต่างรู้เรื่องของกันและกันทั้งนั้น ต่างรู้จักกันดี ใครจะไม่รู้จักใคร? ลวี่เหลียงจึงหัวเราะหึๆ “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ถ้าท่านมีลูกแล้ว ผมคงหลุดพ้นจากขบวนหมาโสดไปนานแล้ว ไม่ว่าท่านจะทำอะไร ผมเคยได้ยินเรื่องราวความจริงมาไม่น้อย เดี๋ยวกลับไปผมจะจัดการให้ ท่านรอดูเลย”
“อืม เนื้อเรื่องเป็นรอง ที่สำคัญคือต้องเล่าคุณสมบัติพิเศษของตำรวจล่อซื้อยาที่เหมาะสมและโดดเด่นกับอาตมา” ฟางเจิ้งเอ่ย
ลวี่เหลียง “ได้ครับ ท่านรอก่อน ผมจะกลับไปถามพ่อให้ เขารู้เยอะดี”
ฟางเจิ้งรีบขอบคุณแล้ววางสายไป สบายไปทั้งตัวแล้ว ในที่สุดก็ไม่ต้องแต่งเรื่องหน้างาน
พอมีการเตรียมตัว หลังต่งจวินโทรมา ฟางเจิ้งพลันสั่นตัวเปลี่ยนเป็นตำรวจล่อซื้อยาของประชาชน เล่าเรื่องราวต่างๆ ราวกับแม่น้ำไหลไม่ขาดสายจนต่งจวินร้องเสียงดัง เรียกว่าพ่อเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่!
เวลาผ่านไปทีละวัน อาการป่วยของต่งจวินดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ฉินเสี่ยวโทรคุยกับฟางเจิ้ง น้ำเสียงดูผ่อนคลายขึ้นเรื่อยๆ
วันหนึ่งฉินเสี่ยวพูดกับฟางเจิ้งอย่างมีความสุขยิ่ง “ไต้ซือ ฉันมีงานแล้ว! พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มธุรกิจของฉันอย่างเป็นทางการแล้ว!”
ฟางเจิ้งอึ้งงัน ผู้หญิงที่ขยับไม่ได้ ผู้หญิงที่มีลูกยังหางานได้ แถมยังมีธุรกิจได้? เลยถามไปตามจิตใต้สำนึก “อมิตาพุทธ ยินดีด้วย สีกาหางานอะไรได้ล่ะ?”
“เพื่อนบ้านช่วยฉันเปิดร้านค้าออนไลน์ค่ะ เขายอมแบ่งแหล่งผลิตสิน