กลางวัน ฟางเจิ้งนั่งอยู่หน้าโต๊ะอีกครั้ง หยิบมือถือมากวาดตามอง มีสายที่ไม่ได้รับห้าหกสาย นั่นเป็นเบอร์แปลกจากเด็กคนนั้นทั้งหมด ฟางเจิ้งส่ายหน้า ไม่ได้สนใจอะไร ถึงอย่างไรก็โทรผิด
กลางคืน ฟางเจิ้งจะนอนหลับ มือถือดังขึ้นอีกครั้ง
ฟางเจิ้งหยิบขึ้นมาดู ยังคงเป็นเด็กคนนั้น จึงรับสายด้วยความจำใจ
สรุปคือเขายังไม่พูด อีกฝ่ายก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้น “ฮัลโหล? ใช่พ่อไหม?”
ฟางเจิ้งถอนหายใจด้วยความเศร้า จะปฏิเสธแต่อดกลั้นไว้ คิดไปคิดมาสุดท้ายก็ไม่อยากหลอกเด็กคนนี้ เด็กนี่มีมือถือ เห็นได้ว่ามีผู้ใหญ่คอยดูแลอยู่ข้างๆ ถ้าเขาปลอมเป็นบิดาอีกฝ่ายคงจะไม่ดีนัก ดังนั้นจึงตอบไปว่า “อมิตาพุทธ โยมน้อย อาตมาไม่ใช่พ่อโยม โทรผิดแล้ว…”
“อย่างนั้นเหรอ…ขอโทษครับ” เสียงเด็กหดหู่เล็กน้อยก่อนวางสายไป
ฟางเจิ้งได้ยินเสียงหดหู่จากเด็กน้อยแล้วเกิดความเศร้านิดๆ ในใจ คืนนี้นอนไม่หลับแล้ว แต่นั่งเคาะมู่อวี๋ในอุโบสถทั้งคืน ขณะเดียวกันก็มีคนนอนไม่หลับ
“อาจารย์ ท่านไม่เคาะมู่อวี๋ได้หรือไม่? มันน่ารำคาญมาก” เด็กแดงนั่งอยู่ตรงปากประตูอุโบสถ เอ่ยด้วยความไม่พอใจมาก
ต๊อกๆ…
ตอบเด็กแดงด้วยเสียงมู่อวี๋
“อาจารย์ เมื่อไรท่านจะคืนพลังข้ามา ความรู้สึกตอนเป็นคนธรรมดามันแย่ชะมัด”
ต๊อกๆ…
“อาจารย์ ท่านพูดเป็นหรือไม่?”
‘ต๊อกๆ…’
“อาจารย์? หลับไปแล้ว?”
‘ต๊อกๆ…’
“อาจารย์ ตอบหน่อย”
‘ต๊อกๆ…’
เด็กแดงเห็นฟางเจิ้งไม่ขยับเลย ในใจเกิดการสั่นไหว คลำหาหินก