ฟางเจิ้งทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับวิธีการสอนแบบนี้ ด้วยความที่ไม่สนใจปล่อยให้ฟางเจิ้งเกเรมาหลายปี พอโตขึ้นก็ยังเอาแต่พ่นคำเหลวไหล ด่าทอคำหยาบ ถึงจะเข้าใจหลักปรัชญาและหลักการการเป็นคนบ้าง แต่เขาก็ยังเป็นเด็กธรรมดาที่ไม่ได้รับการศึกษาระดับสูง ต่อให้หลวงจีนหนึ่งนิ้วทำมากกว่านี้ หวังให้เขาตระหนักด้วยตัวเอง แล้วจะตระหนักได้สักเท่าไร? ส่วนที่ชื่นชมก็เพราะว่าหลวงจีนหนึ่งนิ้วให้วัยเด็กที่สนุกกับเขา อีกทั้งจิตใจดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เขาก็ยังเป็นเขา ยังคงเป็นฟางเจิ้ง!
ต่อให้ระบบโผล่มาอย่างกะทันหัน พันธนาการจำกัดเขา แต่ไม่นานก็กลายเป็นเฉยชา ด่าคนไม่ได้? ถึงฟางเจิ้งจะยังอารมณ์ร้อนเป็นบางครั้ง แต่การไม่ด่าคนเหมือนจะไม่ส่งผลถึงชีวิตเขา ส่วนการวางมาดไต้ซือต่อหน้าคนนั้น สำหรับเขาแล้วนั่นคือวิชาบังคับ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแสร้งเป็นไต้ซือที่ดี สั่งสมบุญกุศลเยอะๆ เพื่อจะได้สึกในเร็ววัน!
ฟางเจิ้งนึกถึงตัวเอง ก่อนมองเด็กแดงอีกครั้ง เขายิ่งมั่นใจทิศทางการสอนของตนมากกว่าเดิม เด็กแดงตอนนี้ร้ายกว่าเขาในตอนแรกอีก ดังนั้นจะต้องขัดเกลาอย่างเหมาะสม ทั้งยังต้องบังคับกดความคิดที่ว่าใครพูดไม่เข้าหูต้องฆ่าคนนั้นทิ้งลง จากนั้นค่อยๆ โน้มน้าว ใช้การกระทำและวาจาทำให้อีกฝ่ายตระหนัก ที่เหลือก็ต้องดูว่าอีกฝ่ายจะตระหนักได้มากเท่าไร ตระหนักเร็วก็หลุดพ้นเร็ว ตระหนักช้าก็ฝังศพให้ฟางเจิ้งด้วยแล้วกัน…
พูดตามจริงคือฟางเจิ้งไม