่มั่นใจเท่าไรจริงๆ ว่าจะกล่อมเกลาเด็กแดงที่โหดเหี้ยมคนนี้ได้…
มื้อกลางวัน เด็กแดงไม่กินเลย เอาแต่นั่งเหม่อ
“จิ้งซิน ทำไมไม่กินข้าว?” ฟางเจิ้งถาม
เด็กแดงเท้าคาง มองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าไม่แยแส “กินพอแล้ว ถึงจะไม่อ้วกก็เถอะ แต่ว่า…ข้าเบื่อพวกมันแล้ว ไม่เข้าใจพวกเจ้าจริงๆ กินของพวกนี้ทุกวันไม่เลี่ยนบ้างรึ ข้าวขาวผักเปื่อยยุ่ยพวกนี้จะไปอร่อยสู้เนื้อได้อย่างไร อาจารย์ ข้าเห็นนักบวชบนเขาคุนหลุนกินเนื้อได้ เหตุใดท่านถึงกินเนื้อไม่ได้? เจ้าคงไม่ได้ถูกปีศาจเฒ่านั่น…”
ฟางเจิ้ง “หืม?!”
เด็กแดงรีบเปลี่ยนคำทันที “ถูกพระโพธิสัตว์หลอกเอานะ?”
หมาป่าเดียวดายได้ยินดังว่าก็แอบมองฟางเจิ้ง ถึงข้าวผลึกจะอร่อย แต่หมาป่าเดียวดายก็ยังเป็นหมาป่า ยังมีความคิดถึงเนื้ออยู่นิดๆ
ฟางเจิ้งรู้ว่าหมาป่าเดียวดายต้องเคยคิดถึงปัญหานี้มานานแล้ว เพียงแต่ไม่กล้าถามเท่านั้น ในเมื่อวันนี้เด็กแดงเข้าประเด็น เขาจะไม่ถือสาตอบให้
ฟางเจิ้งวางตะเกียบลง นั่งตัวตรง “พวกนายรู้ไหมว่าทำไมนักบวชถึงไม่กินเนื้อ?”
เด็กแดงมองบน “ถ้ารู้จะถามเจ้าทำไม?”
ฟางเจิ้งไม่สนใจเด็กแดง แต่มองหมาป่าเดียวดาย ลิงและกระรอก เจ้าสามตัวนี้ส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด ฟางเจิ้งถึงเอ่ยต่อ “พุทธคัมภีร์ศีลเขียนไว้ให้เข้าใจมากกว่า พุทธศาสนาไม่มีกฎห้ามกินเจ แต่ห้ามกิน ‘อาหารคาว’ อาหารคาวที่ว่าไม่ใช่ความหมายในสมัยนี้ที่หมายถึงอาหารพวกสัตว์อย่างเช่นนกเป็ดปลาเนื้อ อาหารคาวที่พว