แล้ว แต่เปลี่ยนเป็นหัวหมูและเนื้อหมูที่ทำจากแป้ง
จากตอนนั้นมามีก็มีกนักบวชห้ามกินเนื้อ ทว่าราชวงศ์ใต้อยู่มาหลายปี ทั้งยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งแคว้น แรงผลกระทบจึงห่างไกลจากระดับไปถึงชนรุ่นหลัง
แต่ว่าต่อมาตอนที่จิวหมัวหลัวเซินแปลพุทธคัมภีร์ได้ใส่การห้ามกินเนื้อเข้าไปในข้อห้ามพระโพธิสัตว์ด้วย อีกทั้งข้อห้ามพระโพธิสัตว์เดิมได้หายสาบสูญไปนานแล้ว ชนรุ่นหลังจึงเห็นข้อห้ามพระโพธิสัตว์ที่จิวหมัวหลัวเซินแปลกันทั้งหมด แน่นอนว่าต้องเห็นข้อห้ามกินเนื้อ แต่ก็เพียงแค่ส่งเสริมเท่านั้น ไม่ใช่กฎบังคับ ถึงยังไงจิวหมัวหลัวเซินก็ยังแต่งงานมีลูก แต่ถึงกระนั้นกลับเป็นการเริ่มต้นป่าวประกาศครั้งใหญ่ แถมยังส่งผลกว้างมากด้วย
นักบวชกินเนื้อไม่ได้กลายเป็นกฎบังคับคือสมัยราชวงศ์ถังช่วงนิกายธยานะรุ่งเรืองสุดขีด ในศีลพุทธป่ายจ้างของนิกายธยานะมีกฎเขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามนักบวชกินเนื้อ แต่ตอนเริ่มจะกำชับที่นักบวชยุทธ์ ต่อมานักบวชทุกรูปต้องทำตาม
แต่ต่อให้เป็นแบบนี้ นักบวชกินเนื้อได้หรือไม่จะปฏิบัติตามสถานการณ์ที่ต่างกัน ไม่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
พุทธศาสนาแบ่งออกเป็นนิกายมหายานกับหินยาน นิกายมหายานคือจิตใจคำนึงคน ใช้การคำนึงตนเองเป็นวิธีการคำนึงถึงคนอื่น ดังนั้นจึงกินเนื้ออะไรไม่ได้เลย และนี่ก็เป็นทฤษฎีของเซียวเหยี่ยน ไม่กิน ก็ไม่มีการฆ่า
แต่นิกายหินยานขอให้คำนึงตัวเองไม่คำนึงถึงคนอื่น อนุญาตให้กิน ‘เนื้อบริสุทธิ์’ ไ