พอหมาป่าเดียวดายได้ยินว่าจะมอบนามทางธรรมให้จริงๆ จึงคึกคักขึ้นมาโดยพลัน เดินมาอยู่หน้าฟางเจิ้งด้วยความนอบน้อมก่อนก้มหน้าลง
ฟางเจิ้งกดระหว่างคิ้วหมาป่าเดียวดาย พูดว่า “อาตมาเคยบอกไว้ จากนี้นายจะเป็นผู้ปกปักวัดเอกดรรชนี วันนี้ขอมอบนามทางธรรมให้ว่าจิ้งฝ่า (ธรรมะ)”
หมาป่าเดียวดายถอยไปด้วยความนอบน้อม
ฟางเจิ้งเอ่ยต่อ “เจ้ากระรอก!”
กระรอกรีบวิ่งเข้ามา ยืนดีๆ
ฟางเจิ้งยิ้มนิดๆ จากนั้นโค้งตัวลงกดตรงระหว่างคิ้วกระรอก “ใจต้องกว้างหน่อยถึงบรรจุโลกนี้ไว้ได้ ขอมอบนามทางธรรมให้ว่าจิ้งควน (กว้างขวาง)”
กระรอกแสดงความเคารพกลับ ก่อนถอยไปด้วยความดีใจ
ฟางเจิ้งเรียก “เจ้าลิง!”
ลิงมาตรงหน้าฟางเจิ้ง ประนมสองมือ ท่าทางราวกับนักบวช
ฟางเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย กดระหว่างคิ้วลิงพลางว่า “ความเป็นอิสระนั้นสัมพันธ์กันเสมอ อิสระที่ปลดปล่อยหมดสิ้นมีแต่จะก่อให้เกิดความเลวร้าย กฎ อาตมาหวังว่านายจะหาจุดสมดุลระหว่างอิสระกับกฎเกณฑ์พบ และได้รับอิสระอย่างแท้จริง ขอมอบนามทางธรรมให้ว่าจิ้งเจิน (แท้จริง)!”
เดิมทีฟางเจิ้งว่าจะให้นามทางธรรมลิงว่าจิ้งโหยวเต๋อ แต่เขาที่เล่นอินเทอร์เน็ตบ่อยเห็นในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จิ้งโหยว? (สะอาดและอิสระ) จิงโหยว? (น้ำมันระเหย) เขารู้สึกว่ามันไม่ดีเลยรีบเปลี่ยน เขาไม่อยากให้วันข้างหน้าลิงต้องถอนขนตัวเองจนหมดเพราะนามทางธรรม
หลังจัดการทุกอย่างแล้ว ฟางเจิ้งมองเด็กแดงอีกครั้ง “จิ้งซิน ยังไม่กินข้าวอีก? น