แดงได้ยินคำว่ากินก็วิ่งออกไปอ้วก
ฟางเจิ้งขมวดคิ้ว “ศิษย์ สิ้นเปลืองอาหารแบบนี้ไม่ได้นะ”
“อาจารย์ เราไม่พูดถึงเรื่องกินได้หรือไม่? อย่าพูดถึงข้าวอีก…” เด็กแดงพูดเศร้าๆ
ฟางเจิ้งพยักหน้า “ดูท่านายคงไม่หิวแล้ว ไม่อยากกินอะไรแล้ว ได้ อาตมาจะไปเตรียมทำอาหารก่อน วันนี้ทำข้าวผลึกเป็นไง? เอ่อ ศิษย์อ้วกอีกแล้ว สิ้นเปลืองจริงๆ…”
วันนี้เด็กแดงไม่มีชีวิตชีวา นั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ขี้เกียจขยับตัว แต่ว่า….
ลิงกวาดใบไม้ผ่านมา พูดพึมพำ “ข้าวผลึกเช้านี้รสชาติใช้ได้”
“อุ๊บ!”
หมาป่าเดียวดายก้าวเท้าเล็กๆ เดินผ่าน “กินข้าวผลึกกับหน่อไม้รสชาติดีสุดๆ”
“อุ๊บ!”
กระรอกมุดออกมาจากต้นไม้ ถามแบ๊วๆ “เฮ้ย นายอ้วกข้าวผลึกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? น่าเสียดายมาก…”
“อุ๊บ!”
ในที่สุดฟางเจิ้งปรากฏตัว “อมิตพุทธ มื้อกลางวันจะกินข้าวผลึกต้มหน่อไม้หรือว่าข้าวผลึกกับผักจิ้มซีอิ๊ว?”
“อุ๊บ!”
สุดท้ายเด็กแดงก็ยอมแพ้ ตะโกนไปว่า “ใครกล้าพูดถึงข้าวผลึก ข้าจะสู้กับมันสุดชีวิต! อย่าคิดว่าข้าไม่มีฤทธิ์แล้วจะทำอะไรไม่ได้ ข้ามีกำลังมหาศาล!” พูดจบ เด็กแดงออกแรงกระทืบเท้าดังสนั่น พื้นดินสั่นไหวสองที!
ฟางเจิ้งที่นั่งสวดมนต์อยู่ในอุโบสถลืมตาขึ้นมองไป ก่อนพยักหน้าด้วยความพอใจ “พละกำลังเยอะมาก ดี จิ้งฝ่า พาศิษย์น้องสี่ลงเขาไปตักน้ำเถอะ ก่อนหน้านี้กลัวว่าเขาอายุยังน้อย ร่างกายอ่อนแอ ตอนนี้เห็นทีนายคงได้พักแล้ว”
หมาป่าเดียวดายยิ้มดีใจ แต่เด็กแดงกลับสำนึ