ราวกับความสำเร็จของกวนผิงไม่มีค่าพอให้เอ่ยถึง อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ในใจเขาเกิดคลื่นกระเพื่อมแม้แต่น้อย
กวนผิงขมวดคิ้วน้อยๆ เอ่ยต่อ “อย่างหนังเรื่องบันทึกอดีตสมัยเจินกวนก่อนหน้านี้ ฉันก็แสดงเป็นนางรอง”
ทว่าหลวงจีนตรงหน้ายังคงหน้าเรียบนิ่ง ประหนึ่งว่าหญิงคนนี้ไร้ค่า เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าฟางเจิ้งเคยพบดาราดังระดับนานาชาติมาแล้ว แค่ความสำเร็จของดาราหญิงระดับรองในประเทศจะไปสร้างคลื่นกระเพื่อมได้หรือ?
กวนผิงไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ยังพูดต่อ “ต่อจากนั้นมาวันหนึ่ง มีคนเข้ามาในชีวิตฉัน เขาอายุเยอะ แต่เป็นคนดีมาก ตามจีบฉันไม่ยอมปล่อย เมื่อหลายวันก่อนเขารู้ว่าฉันมาที่นี่เลยส่งคนมารับฉันโดยเฉพาะเลย แถมยังเอาเฮลิคอปเตอร์มารับฉันกลับไปกินข้าวด้วย”
พูดถึงตรงนี้กวนผิงมองฟางเจิ้งแวบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แต่หลวงจีนตรงหน้ายังคงหน้าเรียบเฉย ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ! กวนผิงอยากถามเขาอยากว่า ‘ท่านรู้จักเฮลิคอปเตอร์ไหม?’ แต่สุดท้ายก็ไมได้ถาม
กวนผิงเล่าต่อ “พอฉันไป นั่นเป็นงานเลี้ยงที่หรูที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต เป็นครั้งแรกที่ฉันมีหน้ามีตาที่สุด นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปงาน ถนนปูด้วยดอกไม้สด แก้วคริสทัล ไวน์แดงปี82 ทุกอย่างมันน่าหลงใหล…” ยิ่งพูดรอยยิ้มกวนผิงยิ่งสว่างไสว
ฟางเจิ้งเห็นถึงตรงนี้ ก็เข้าใจความหมายที่กวนผิงมาที่นี่อยู่เล็กน้อย
ตอนนี้เองกวนผิงยิ้มไปยิ้มมาก็ร้องไห้…ปิดหน้าร้องไห้ ยิ่งร้องยิ่งเสียใจ สุดท้ายร้อ