งไห้โฮ!
ฟางเจิ้งถอนหายใจ ยังคงไม่ตอบ แต่รอเงียบๆ
ร้องไห้อยู่ห้าหกนาทีกวนผิงถึงร้องจนพอ นั่งลง มองฟางเจิ้ง “เจ้าอาวาส ฉันป่วยรึเปล่า? ตอนเด็กโรงเรียนสอนว่าชีวิตที่ลุ่มหลงมัวเมาแบบนี้คือบ่มเพาะขยะ! ฉันเองก็รู้นะว่าที่เขาจีบฉันก็เป็นแค่ความสดใหม่ในช่วงแรก ก่อนหน้านี้เขาเคยจีบดาราสาวมาหลายคน แต่แต่งงานไม่นานก็หย่ากัน เขาแต่งงานกับฉันก็คงไม่ต่างกัน เมื่อก่อนฉันเกลียดและดูถูกคนแบบนี้ที่สุด ก็แค่มาจากครอบครัวคนมีเงินเท่านั้น! แต่ว่า…แต่ว่าฉันชอบความรู้สึกนั้นจริงๆ เพียงแต่ทุกครั้งที่ฉันจะตอบรับเขาจะมีเสียงหนึ่งในใจ ตะโกนบอกฉันว่า ‘แกคือนักโทษ’ ฉันรู้สึกทำผิดจริงๆ เหมือนขายวิญญาณให้ปีศาจไปแล้ว…ฉันกลัว…แต่ก็อยากได้ ฮือๆ…”
ฟางเจิ้งฟังถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจ ทุกอย่างไม่ต่างจากที่เขาคิด นี่คือผู้หญิงที่น่าสงสารและน่าเศร้า ด้านหนึ่งเป็นความยั่วยวนจากเงินทอง อีกด้านเป็นคุณธรรมรักษาความบริสุทธิ์ของตนไม่ให้ด่างพร้อย เธออยากได้เงินทอง แต่ก็กลัวถูกคุณธรรมประณาม…ทว่ามองจากเสื้อผ้าเธอแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าปากบอกลังเล แต่ร่างกายเลือกเงียบๆ ไปแล้ว
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อมิตาพุทธ สีกา ในเมื่อเลือกแล้ว ไฉนต้องมาหาอาตมาอีก?” ทันทีที่เอ่ย ฟางเจิ้งดูถูกผู้หญิงตรงหน้าเล็กน้อย เขาเคยเจอผู้หญิงมาไม่น้อย ฟางอวิ๋นจิ้ง หม่าเจวียน จิ่งเหยียน หลี่เสวี่ยอิงเป็นต้น ผู้หญิงเหล่านี้มีบางคนสวย บางคนไม่สวย แต่พวกเธอใช้ชีวิตอย่า