้นควบคุมรากไผ่แม่ให้ขยายลงเขาไป ทว่าฟางเจิ้งไม่ใช่คนที่ชอบกินคนเดียว ตอนนั้นพวกชาวบ้านไม่มองเขาเป็นคนนอก คอยดูแลอาหารที่อยู่ให้ ให้เสื้อผ้าอะไรพวกนี้ ตอนนี้เขามีของดี แน่นอนว่าต้องแบ่งปันกันบ้าง พอตรึกตรองครู่หนึ่งแล้วถึงให้รากไผ่หนาวปีนขึ้นไปหลังเขา เข้าไปในภูเขาทงเทียนข้างหลัง รวมเข้าไปในเทือกเขาฉางไป๋! ขอแค่ควบคุมขอบเขตการเติบโต มันจะไม่ส่งผลถึงความสมดุลของระบบนิเวศท้องถิ่น
อีกอย่างถ้าพวกชาวบ้านอาศัยเจ้าพวกนี้ร่ำรวยได้จริงๆ นี่ถือเป็นบุญกุศล
ดังนั้นฟางเจิ้งจึงออกคำสั่งให้ป่าไผ่เร่งความเร็วการเติบโตไปหลังภูเขา ทว่าต่อให้ป่าไผ่เก่งกาจกว่านี้ก็ยังไม่ใช่เทพ ความเร็วในการเติบโตมีขีดจำกัด วัดตามความเร็วการเติบโตในตอนนี้แล้ว สองสามวันจะไปถึงกลางภูเขา ถ้าจะให้รากไปถึงภูเขาทงเทียน เกรงว่าคงต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือน กระทั่งนานกว่านั้น
แต่ฟางเจิ้งไม่มีวิธีที่ได้ผลแล้ว ได้แต่อาศัยให้มันเติบโตไป
หวังโอ้วกุ้ยลงเขามาก็ไปหาถานจวี่กั๋วและหยางผิง รวมถึงหยางหวาเศรษฐีในหมู่บ้านตอนนี้ กลุ่มคนเข้ามาใกล้กัน ปรึกษากันว่าจะใช้ประโยชน์จากป่าไผ่สร้างความร่ำรวยขึ้นได้อย่างไร หารือไปๆ มาๆ สุดท้ายพบว่าป่าไผ่มีน้อยเกินไป ตอนนี้บุกเบิกไปก็ได้มูลค่าน้อยมาก ได้แต่รอหน่อยเท่านั้น
ทว่าข่าวที่ว่าบนภูเขาเอกดรรชนีมีป่าไผ่กลับกระจายออกไป ฟางเจิ้งรู้สึกได้ชัดเลยว่ามีคนขึ้นเขามาทุกวันเยอะขึ้น แต่บางคนก็ไม่ไหวแล้ว
กลุ่