“ใช้เพียงใจเท่านั้น?” หลิวฟางฟางเอามือทาบหน้าอกตกอยู่ในห้วงความคิด หลายปีมานี้เขาจากเธอไปจริงๆ หรือ? เธอยืนอยู่ข้างแม่น้ำ ทุกวันที่เห็นเรือเป็นเรือเปล่าจริงๆ? เขาไม่เคยกลับมาเลย?
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิวฟางฟางถึงเปิดประตูใหญ่วัด เดินออกไปเนิบๆ ลิงข้างหลังเกาหัว ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเลย…
ขณะนี้เองฟางเจิ้งวางมาดไต้ซือลงไปนานแล้ว เขาหยิบมือถือขึ้นมาเล่าเรื่องทุกอย่างที่เห็นให้กับจิ่งเหยียนฟัง สรุป…
“ฮือๆๆ…กินใจชะมัด…ฮือๆ…” จิ่งเหยียนฟังจบถึงกับร้องไห้โฮ
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูด จึงรีบเอ่ยไปว่า “อมิตาพุทธ สีกา ซาบซึ้งก็ซาบซึ้งเถอะ สีกายังมีเรื่องต้องทำอีก ฟังอาตมา จะรื้อท่าเรือนั่นไม่ได้! แล้วก็ช่วยเธอตามหาอวี๋กว่างหวา ช่วยลบล้างความเสียใจครั้งสุดท้ายของคนแก่เถอะ”
“วางใจค่ะ ฉันจะทำให้ได้ เอ่อ แล้วท่านไม่ได้โน้มน้าวให้เธอปล่อยวางท่าเรือนั่นเหรอคะ?” จิ่งเหยียนเช็ดน้ำตา
“เธอจะปล่อยวางหรือไม่มันสำคัญหรือ?” ฟางเจิ้งพูดจบก็วางสายไป มีบางคำที่อยากพูด ทว่าเขาพบว่าตนใช้ความสามารถที่มีจำกัดจนหมดสิ้นแล้ว ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร รู้สึกแค่หัวใจมันเศร้าๆ ส่วนหลิวฟางฟาง หลังเห็นความทรงจำนั้นของเธอแล้วก็เลิกคิดจะโน้มน้าวให้เธอปล่อยวางท่าเรือนั่น เขาแค่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอมีความสุขกว่านี้ สบายกว่านี้ก็เท่านั้นเอง
จิ่งเหยียนชะงักงัน จากนั้นเข้าสู่ความคิด สุดท้ายโทรศัพท์แล้วพูดบางอย่าง
“จิ่งเหยียน ผมคุยกับ