ฟางเจิ้ง โลกนี้มีผีไหมคะ?”
“มี โลกมีนรก มีแดนสุขาวดี” ฟางเจิ้งตอบกลับอย่างมั่นใจมาก
หลิวฟางฟางใจเต้น ถามต่อทันที “เจ้าอาวาส ฉันรู้ว่าท่านมีพระธรรมลึกล้ำ มีวิชามากมาย พาฉันไปพบเขาได้ไหมคะ? ไม่ว่าจะคนเป็นหรือ…ฉันแค่อยากเห็นเขาอีกครั้ง”
“หากสีกาอยากเจอเขาจริงๆ ย่อมได้เจอ ขอแค่สีกาต้องการ” ฟางเจิ้งหันมายิ้มให้หลิวฟางฟาง
หลิวฟางฟางมองฟางเจิ้งก่อนมองต้นไม้แก่ จากนั้นหลับตาลงช้าๆ นึกถึงเขาในใจ เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง วัดหายไป ยังคงเป็นท่าเรือนั้น เพียงแต่ท่าเรือมีคนเพิ่มมา สวมเครื่องแบบทหาร ลักษณะท่าทางสูงใหญ่ มีความเหนียมอายนิดๆ หน้าแดงก่ำ แต่ไม่กล้าเดินหน้ามา
“พี่…กลับมาแล้ว?” หลิวฟางฟางไม่ได้ตรงเข้าไป ไม่ได้ร้องไห้ แต่ยืนมองนิ่งๆ พูดด้วยรอยยิ้ม
“อืม” อวี๋กว่างหวาพยักหน้า
“ถึงฉันจะรู้ว่าพี่ไม่ใช่เขา แต่ฉันก็ดีใจมาก” หลิวฟางฟางยิ้ม
นักบวชจีวรขาวรูปหนึ่งเดินออกมาจากหลังอวี๋กว่างหวา ประนมสองมือ “อมิตาพุทธ สีกาพูดผิดแล้ว เขาก็คือเขา”
“เป็นไปไม่ได้ เขาไปชายแดนแล้วไม่กลับมาอีกเลย” หลิวฟางฟางพูด
“เขาไม่เคยจากไปไหน เขาอยู่ในใจสีกามาตลอด อาตมาดึงเขาคนนี้ออกมาจากในใจสีกา เขาอยู่มาตลอด ปกป้องสีกามาตลอด เพียงแต่ว่าสีกาไม่มองเขาก็เท่านั้น” ฟางเจิ้งพูดถึงตรงนี้ก็มองทอดไกล “เดิมทีต้นโพธ์ควรตาย แต่ความปรารถนาของทุกชีวิตให้มันรอด บางทีอวี๋กว่างหวาอาจจะสละชีพ แต่เขายังอยู่ในใจสีกาเพราะความคิดถึงของสีกา