ก็คงดี น่าเสียดายระบบจ้องอยู่ จะรับเงินส่วนนี้ไม่ได้ ส่วนเงินจุดธูป…ฟางเจิ้งก็กระดากปากจะบอกไปตรงๆ เลยให้ทุกอย่างเป็นไปตามชะตา
หลิ่วเทาจ้องฟางเจิ้ง เห็นแววตาฟางเจิ้งสว่างไสวอย่างยิ่ง เรียบง่าย ไม่มีกลิ่นอายทางโลกใดๆ และยังไม่มีความเจ้าเล่ห์ชักแม่น้ำทั้งห้า เขารู้ว่าหลวงจีนตรงหน้าไม่มีความคิดอื่นจริงๆ แค่ให้เขาขอบคุณพระพุทธ พระโพธิสัตว์แค่นั้น
คิดได้ดังนั้นหลิ่วเทาอดปลงอนิจจังในใจมิได้ ‘นี่ต่างหากคือนักบวชที่แท้จริง! คนจะมองภายนอกไม่ได้จริงๆ อายุไม่ใช่มาตรฐานตัดสินพระธรรมสูงต่ำเลย จิตใจคนต่างหาก!’
คิดถึงตรงนี้หลิ่วเทาเดินเข้าไปในอุโบสถ หยิบธูปชั้นดีไปไหว้พระ ก่อนคลำกระเป๋ากางเกง เขาแทบจะร่ำไห้ ออกมาทำงานใครจะพกกระเป๋าเงินติดตัว? ปกติจะมีเศษเงินพอติดตัวสองสามหยวน จะได้ซื้อน้ำอะไรกินเป็นบางครั้งบ้าง ตอนนี้ค้นกระเป๋าเสื้อกางเกงจนทั่วแล้ว หยิบมาได้สิบหยวน…
หลิ่วเทาไม่ได้หันไปมอง ใบหน้าตนแดงแล้ว อีกฝ่ายช่วยตนไว้ เขาจุดธูปชั้นดีของอีกฝ่ายแล้ว แต่ไม่มีเงินค่าธูปชั้นดี! ความขมขื่นนี่…เขาจึงหันไปมองฟางเจิ้งด้วยความกระดากอายจริงๆ
ฟางเจิ้งไม่ได้ดูเหตุการณ์ในอุโบสถเลย แต่นั่งรออย่างสงบนิ่งข้างนอก อีกฝ่ายไหว้พระแล้วคุณไปจ้อง คิดๆ แล้วคงไม่ดีนัก
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิ่วเทาเดินออกมาด้วยหน้าละอายใจ อึดอัดใจจนหน้าแดงก่ำ เอ่ยด้วยความอาย “ไต้ซือ…เอ่อ…ขอติดเงินไว้ได้ไหมครับ?”
ฟางเจิ้งอึ้งไป ติดเงิน? อย่าว