ักจะมองเขาด้วยแววตาแปลกๆ เหมือนลับหลังแอบคุยอะไรกัน
ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าเพราะการกระทำของตนทำให้หลิ่วเทาฉงน เวลานี้กำลังนั่งอ่านคัมภีร์อยู่ในลานวัดอย่างสงบ
วันที่สองฟ้าสาง ฟางเจิ้งตื่นนอนแล้ว เขาไม่รู้ว่ากลุ่มคนงานจะเริ่มทำงานเมื่อไร จึงตื่นเช้าหน่อย เตรียมตัวให้เร็วหน่อย
กวาดอุโบสถ กินข้าว ให้ลิงกวาดใบไม้ต่อ ส่วนเขาลงเขามาถึงจุดที่จะเกิดเรื่อง ก่อนเงยหน้ามองข้างบน ข้างบนมีหินใหญ่ก้อนหนึ่งจริงๆ แต่หินนี่เป็นส่วนเดียวกับภูเขา ดูแน่นหนามาก การจะใช้มือเปล่าเอาลงมาเพื่อเลี่ยงอันตรายก่อนเวลานั้นเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งเงื่อนไขนี้ยังใช้วิธีปืนขึ้นหน้าผาไปไม่ได้ ดังนั้นเลยได้แต่ใช้วิธีโง่ๆ ยืนรออยู่ตรงนี้!
ตอนนี้เองหลิ่วเทา เซี่ยหมิงกับเสี่ยวเหลยสามคนและกลุ่มคนงานก่อสร้างมาถึงตีนเขาแล้ว บ้างยกหิน บ้างขนส่งแผ่นหิน บ้างเปิดเครื่องจักร ต่างแบ่งงานกันไป
หลิ่วเทา เซี่ยหมิงและเสี่ยวเหลยสามคนย่อมอยู่ว่างไม่ได้ เซี่ยหมิงไปทำงานกับเสี่ยวเหลย หลิ่วเทารับผิดชอบการตรวจตรา ขณะเดียวกันวิศวกรวางแผนการทำงาน ตรวจดูสภาพภูเขาตรงหน้า สรุปซ่อมไปได้ไม่ไกลก็มีคนร้องขึ้น “บนถนนมีหลวงจีนยืนอยู่ครึ่งวันแล้ว ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่”
หลิ่วเทาได้ยินดังนั้นก็ขมิบร่องก้นโดยจิตใต้สำนึก มองไปทางเซี่ยหมิงกับเสี่ยวเหลย เจ้าเด็กเลวสองคนนี่เม้มปากแอบหัวเราะ
เซี่ยหมิงยังพูดต่อ “นายน่าจะมองผิดนะ ใช่หินมองสามีรึเปล่า?”
“ไปหาพ่อเอ็งนู่นไป!”