หลิ่วเทาถือจอบเหล็กขึ้นมาวิ่งไล่ เซี่ยหมิงหัวเราะเสียงดังก่อนวิ่งหนีไป ก่อเรื่องกันสักครู่ เซี่ยหมิงว่า “อาจารย์ แบบนี้ไม่ได้เรื่องนะ ทำไมอาจารย์ไม่ไปถามหลวงจีนนั่นว่าจะทำอะไรกันแน่ ถ้าไม่มีเหตุผลเหมาะสม อาจารย์ก็บอกว่าจะซ่อมถนน ให้เขาหลีกทาง ถ้าไม่อย่างนั้นจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”
หลิ่วเทาคิดแล้วก็มีเหตุผลจริงๆ ดังนั้นจึงขึ้นเขาไป เห็นฟางเจิ้งยืนอยู่กลางภูเขาอย่างสงบนิ่ง เงยหน้ามองฟ้าไม่รู้กำลังมองอะไร ฟ้าคราม ภูเขาเขียวขจี หลวงจีนจีวรขาว ตามหลักแล้วนี่เป็นภาพงดงามถึงจะถูก แต่ว่า…พอนึกถึงการกระทำแปลกๆ ของหลวงจีนเมื่อวาน หลิ่วเทาก็ยังรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
หลิ่วเทาเดินเข้าไปถาม “หลวงพี่ มีธุระอะไรรึเปล่าครับ?”
ฟางเจิ้งมองหลิ่วเทาด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย ประนมสองมือ “อมิตาพุทธ อาตมากำลังมองฟ้า มองภูเขา ไม่มีอะไร”
“คืออย่างนี้ครับ พวกเรากำลังซ่อมถนน ถ้าหลวงพี่ไม่มีธุระอะไร ขอพื้นที่ได้ไหมครับ?” หลิ่วเทากล่าว
แต่ฟางเจิ้งกลับส่ายหน้า “อาตมากำลังช่วยคน”
“ช่วยคน? หลวงพี่ หมายความว่าไงกัน ท่านอยู่ที่นี่คนเดียวแล้วจะช่วยใคร?” หลิ่วเทาถาม ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ภายใต้แววตาฟางเจิ้งที่มองหลิ่วเทา หลิ่วเทาพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี แต่ฟางเจิ้งเอ่ยว่า “อาตมาช่วยคนที่มีวาสนาต่อกัน ใครมีวาสนาต่อกันก็ช่วยคนนั้น”
หลิ่วเทาฟังจนมึนงง “หลวงพี่ มีคนที่มีวาสนาไหมผมไม่รู้ แต่ท่านยืนทั้งวัน พวกเราทำงานกันไม่