าก็เรียบร้อยแล้ว
แต่เจ้ากระรอกกลับจนปัญญา ธูปเยอะขนาดนี้ พยายามอ้ากรงเล็บเล็กๆ ก็กอดเอาไว้อย่างยากลำบาก ได้แต่วางไว้บนพื้นชั่วคราวแล้วมองดูไป
หมาป่าเดียวดายกลัวทำชื้น เลยวางธูปไว้บนพื้นเช่นกัน
เดิมทีเจ้าสามตัวคิดว่าตนแค่มาดู แต่ไม่นึกเลยว่าฟางเจิ้งจะพูดแบบนี้ มองพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของวัดเอกดรรชนี เป็นญาติพี่น้อง จึงพลันเกิดความอบอุ่นในใจ และยังมีความภูมิใจอยู่รางๆ ดูท่าเจ้าหัวโล้นข้างหน้านี่จะเป็นพี่ใหญ่ในตระกูลของพวกมัน!
ฟางเจิ้งจุดธูปเดินมาหน้าหลุมศพ ชูขึ้นสูงพลางกล่าว “หลวงตาหนึ่งนิ้ว ฟางเจิ้งมาเยี่ยมแล้วนะ วันนี้เป็นเทศกาลของท่าน เชิญมารับการเซ่นไหว้ด้วยเถอะ”
เพิ่งสิ้นเสียง ฟางเจิ้งเห็นว่าแสงธูปในมือพลันสว่างไสวขึ้นมากลางสายลม พร้อมกันนั้นควันธูปสีดำลอยขึ้นฟ้าสูง ไม่ว่าลมจะพัดอย่างไรก็ไม่หายไป แม้ควันธูปจะจางลง แต่กลับเห็นชัดเจน!
เห็นภาพดังนั้นฟางเจิ้งตกใจสะดุ้ง เขาไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อน
“ไม่ต้องตกใจไป โลกมีพระพุทธ แน่นอนว่าต้องมีผี เพียงแต่ผีนี้ไม่ใช่ผีจากนรกภูมิอย่างที่นายคิด แต่เป็นผีในใจเรา บรรพบุรุษของคนบนโลกไม่ได้อาศัยอยู่ในโลกความตาย แต่อยู่ในใจของชนรุ่นหลัง พวกเขาคงอยู่ได้เพราะความคิดถึงของชนรุ่นหลัง จะหายไปเมื่อชนรุ่นหลังลืมเลือน พวกเขาจะมีความสุขเพราะคนรุ่นหลังสำนึกในบุญคุณ และจะได้กุศลกับผลกรรมดีเพราะใจที่เมตตา กลับกัน ถ้าคนเราลืมแม้แต่บุพการีและบรรพบุรุษ แน่นอ