เริง ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ แต่มันเดินทางมาพันลี้เพื่อขอให้พระพระพุทธองค์ปกปักได้ นี่แสดงให้เห็นว่าจิตใจเดิมของมันฝักใฝ่พุทธศาสนา ฟางเจิ้งถึงให้โอกาส สนทนาธรรมกับมัน เขาไม่เคยคิดจะขัดเกลานิสัยของเจ้าลิงมาก่อน เพียงแค่อยากให้มันเข้าใจว่าอะไรควรไม่ควรก็เท่านั้น
ระหว่างทางลงเขา ลิงดูอยากรู้อยากเห็นมาก มันถามว่า “เจ้าอาวาส พวกเราจะไปไหนเนี่ย ไปทำอะไร?”
“พรุ่งนี้เป็นวันเช็งเม้ง ในโลกมนุษย์วันเช็งเม้งคือวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ทุกคนกำเนิดและเติบโตมาจากบุพการี ไม่มีบุพการีเลี้ยงดูจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ยังไง? คนต้องรู้จักสำนึกในบุญคุณ ถึงบุพการีจากไปแล้วก็ต้องเซ่นไหว้ วันนี้เราลงเขาจะไปบิณฑบาต บิณฑบาตของกลับมา พรุ่งนี้จะได้ใช้เซ่นไหว้บรรพบุรุษกัน” ฟางเจิ้งตอบ
ถึงแม้เป็นนักบวช การเซ่นไหว้จะไม่ได้ยุ่งยากขนาดนั้น แค่สวดบทอวยพรให้บรรพบุรุษเงียบๆ ตอนไหว้พระสวดมนต์ทุกครั้ง แต่ว่าอย่างไรฟางเจิ้งก็เติบโตมาในหมู่บ้าน แถมหลวงจีนหนึ่งนิ้วเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับประเพณีที่สืบทอดกันมามาก ทั้งสองคนก็ทำแบบนี้กันมาตลอด
ตอนนี้หลวงจีนหนึ่งนิ้วไม่อยู่แล้ว ฟางเจิ้งก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนความเคยชินนี้
ลิงเกาหัว ถึงจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็พยายามจำไว้ว่าสิ่งนี้ไม่ผิด
รอจนฟางเจิ้งลงเขามาแล้ว พวกชาวบ้านตรงตีนเขาพากันจุดไฟหุงอาหาร และยิ่งมีคนที่ตื่นเช้ากินข้าวเสร็จแล้วพากันเดินออกมา
พอฟางเจิ้งลงเขาก็มีคนเห็นเข้า จึงทักทายเขาทั