ยบๆ
“นาย…นายทนไม่ไหวก็อย่าทำอะไรตามอำเภอใจสิ” ฟางเจิ้งพูดอย่างกลัดกลุ้มสุดขีด
“เอาเถอะ ครั้งนี้เป็นความผิดฉันเอง จากนี้ฉันจะไม่สนใจแล้วกัน” ระบบตอบอย่างไร้เหตุผล
ฟางเจิ้งพูดไม่ออก ว่าแล้วเชียว ระบบนี่ต้องเป็นสินค้าปลอมมือสองแน่นอน ไม่เหมือนระบบพระพุทธองค์สักนิด คล้ายระบบไร้สัจจะมากกว่า หน้าด้านอยู่กับเขาไม่ไปไหน แถมเอะอะก็ไร้ยางอาย ฟางเจิ้งจนปัญญากับมันแล้ว ได้แต่ระวังด้วยตัวเอง จากนี้นึกถึงอะไรอีกอย่าคิดพูดกับระบบจะดีกว่า แบบนี้มันจะได้สัมผัสไม่ได้แล้วด่าไปตามปาก…
ฟางเจิ้งกล่าว “ถือว่านายชนะ พูดมาเถอะ ข้างหลังจะพูดอะไรต่อ?”
ระบบเอ่ยต่อ “ถ้าในหนึ่งเดือนบุญกุศลนายไม่เกินหนึ่งร้อยแต้ม ระบบจะช่วยนายเติมบุญกุศลให้ครบหนึ่งร้อยเท่านั้น ไม่ใช่ให้พิเศษอีกหนึ่งร้อย เข้าใจไหม? ดังนั้นแล้วถ้านายอยากสึกจริงๆ ก็จงสั่งสมบุญกุศล ระบบใจกว้างมาก นายหาได้เท่าไรจะให้นายหนึ่งเท่าว่ายังไง? ตอนนี้คิดแล้วรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ใช่ไหม?”
ฟางเจิ้งตอบกลับทันที “เหอะๆ…”
ตลก ช่วยคนเพิ่งได้บุญกุศลมาแค่นี้? หนึ่งร้อยแต้ม ทุกเดือนจะต้องช่วยกี่คนกัน เขาจะไปหาคนมากขนาดนี้จากไหน?
คิดได้ดังนั้น ฟางเจิ้งบิดขี้เกียจ ไม่ว่าเขาจะอยากหรือไม่ก็ต้องเดินบนเส้นทางไต้ซือต่อไป ที่สำคัญคือนอกจากยากจนแล้ว ชีวิตเขาก็ไม่เลวจริงๆ…
เวลาผ่านไปทีละวัน เมื่อดวงตะวันสูงขึ้นเรื่อยๆ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดผืนดินก็ฟื้นคืนชีพ ฤดูใบไม้ผลิอากาศอบ