ังบอกเหตุผลไม่ได้ด้วย หรือจะให้บอกหวังโอ้วกุ้ยว่าเขาใช้เงินห้าแสนอัปเกรดอภินิหารพุทธศาสนา? เดาว่าคงถูกหวังโอ้วกุ้ยตบตายล่ะมั้ง
“ฟางเจิ้ง? ทำไมเงียบไปล่ะ?” หวังโอ้วกุ้ยเห็นฟางเจิ้งเงียบจึงรีบถาม
ฟางเจิ้งหัวเราะเฝื่อนๆ “โยมหวัง คงจะไม่ได้แล้ว อาตมาใช้เงินนั่นช่วยคนไปแล้วละ”
“ช่วยคน? แก…แกช่วยใคร?” หวังโอ้วกุ้ยงุนงง จากนั้นน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาทันที
ฟางเจิ้งตอบ “ช่วยคนที่ชีวิตจะเป็นอันตราย ใจอ่อนเลยให้ไป”
“เฮ้อ แกนี่น้า วันๆ ไม่ลงเขา แกคิดว่าคนข้างนอกจะธรรมดาเหมือนคนในหมู่บ้านเรารึไง ฉันสงสัยจริงๆ ว่าแกถูกหลอกหรือเปล่า…เฮ้อ ช่างเถอะ เงินก็ของแก ฉันพูดอะไรมากไม่ได้ สรุปคือจากนี้ไปถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก ให้มาพูดกับฉันก่อนจะดีที่สุด ฉันจะช่วยให้คำแนะนำเอง บนโลกนี้ไม่ได้มีแค่คนดีหรอกนะ…” หวังโอ้วกุ้ยได้ยินแบบนั้นก็ปวดใจนัก ห้าแสนเชียว! ดันให้คนอื่นไปแบบนั้น ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงใจกว้างนักนะ?
แต่หวังโอ้วกุ้ยก็รู้ว่าฟางเจิ้งพูดแบบนี้น่าจะจริง อีกอย่างฟางเจิ้งบริจาคด้วยเจตนาดี เขาไม่มั่นใจด้วยว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง จะคาดเดาเอาเองแล้วทึกทักตัดสินฟางเจิ้งไม่ได้ นี่เท่ากับทำร้ายจิตใจดีงามของฟางเจิ้ง ไม่ใช่เรื่องดีอะไร