ข้างหน้า
หวงเกาหลันมองทุกอย่างตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง จากนั้นมองฟางเจิ้งตรงหน้า อดถามขึ้นไม่ได้ “ฟาง…”
“อมิตาพุทธ สีกา วัดจะปิดประตูแล้ว” ฟางเจิ้งยืนขึ้น ขัดคำพูดหวงเกาหลัน
หวงเกาหลันมองฟางเจิ้งอย่างลึกซึ้ง ฟางเจิ้งตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง หวงเกาหลันโค้งตัวลงต่ำก่อนหมุนตัวเดินจากไป ช่วงที่ลงเขา เมื่อหันกลับไปมองเธอเห็นเพียงเณรจีวรขาวรูปหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูวัด กำลังปิดประตูวัดช้าๆ สุดท้ายก็หายไปจากสายตาหวงเกาหลัน
“อย่างกับความฝัน ในเมื่อตื่นมาแล้วก็ควรเผชิญหน้ากับความจริง” หวงเกาหลันพูดจบก็ลงเขาไป
ระหว่างทาง หวงเกาหลันเจอกับพวกหวงเกาผิงและหวงเกาอวี่ที่กินข้าวเสร็จแล้วเตรียมจะขึ้นเขามา
“น้องพี่ ลงเขามาทำไมล่ะ? ไม่ขวางประตูแล้วเหรอ?” หวงเกาผิงมองหวงเกาหลันอย่างปวดใจ ไม่ว่าคนอื่นจะมองหวงเกาหลันยังไง แต่ในสายตาเขาเธอก็ยังเป็นน้องสาว คนอื่นไม่เจ็บปวด แต่เขาเจ็บปวด เพียงแต่เมื่อเห็นหวงเกาหลันย่ำแย่ลงทุกวันราวกับเป็นโรคประสาท มีนิสัยแปลกๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เขาก็ปวดใจอยู่บ้าง เขาไม่กลัวที่จะไปก่อเรื่องกับหวงเกาหลัน แต่กลัวหวงเกาหลันไม่ได้ดั่งใจมากกว่า
หวงเกาหลันยิ้มบอก “พี่ ขอบคุณมากสำหรับหลายปีที่ผ่านมา”
“เอ่อ เกาหลัน เธอ…เธอเป็นอะไรไปน่ะ?” หวงเกาผิงรู้สึกว่าหวงเกาหลันเปลี่ยนไป แม้คำพูดจะยังแปลกๆ แต่แววตากระจ่างใส ไม่มีความเสียสติและหมดอาลัยเช่นปกติ
“ฉันเข้าใจแล้ว พี่เกาผิง เกาอวี่ พี่สะใภ