กเลย”
หวงเกาหลันขมวดคิ้วเอ่ย “พี่ พี่ก็เห็นนี่ ฉันไม่ได้โวยวายสักหน่อย แต่หลวงจีนนี่รังแกกันเกินไป! พอเกิดเรื่องก็หนีไปเลย ทำกันเกินไปแล้ว”
“พี่ หยุดด่าเถอะ พวกเราขวางหน้าประตูไม่ให้ใครไปจุดธูป ดูซิว่าใครจะทนกว่ากัน” หวงเกาอวี่กล่าว
“ใช่แล้ว ด่าแบบนี้ไม่เข้าท่าหรอก” ติงเชี่ยนพูด
หวงเกาหลันด่าจนเหนื่อยแล้วเหมือนกัน แต่พอไม่ด่าเธอก็เริ่มร้อนใจ เดินไปเดินมานั่งไม่ติด…
ผลคือรอมาวันหนึ่ง สิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้กลัดกลุ้มที่สุดคือไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ไม่มีญาติโยมมาไหว้พระสักคน! พวกเขาขวางอยู่หน้าประตูมาหนึ่งวัน เหมือนจะไม่มีผลอะไรกับวัดนี้เลย! เห็นดวงตะวันลาดเอียงไปทางตะวันตก อุณหภูมิลดต่ำลง คนเหล่านี้ก็อยู่ไม่ได้แล้ว
หวงเกาหลันพูด “รอนานไม่ใช่ปัญญาหรอก แต่ทุกคนหิวแล้วนี่สิ ลงเขาไปกินข้าวกันก่อนไป กินเสร็จแล้วมาเปลี่ยนกับฉัน”
พวกเขาหิวแล้วจริงๆ ทนอยู่อย่างนี้ไม่มีประโยชน์ ใครก็คาดไม่ถึงว่าการมาหาเรื่องด้วยความโมโหครั้งนี้จะถูกปิดประตูใส่ไม่ต้อนรับ
หวงเกาผิงกล่าว “ได้ ให้เสี่ยวอวี่อยู่เป็นเพื่อนเธอนะ พวกเราจะลงไปก่อน”
“ไม่ต้อง ภูเขาลูกเดียวกับหลวงจีนคนเดียวจะทำอะไรฉันได้? เสี่ยวอวี่ก็น่าจะหิวแย่แล้ว ลงไปด้วยกันนี่แหละ” หวงเกาหลันพูด
พวกหวงเกาผิงพูดต่ออีกสองสามครั้ง เห็นว่าโน้มน้าวหวงเกาหลันไม่ได้จึงได้แต่ลงเขาไป
หวงเกาหลันพลันยืนขึ้น ยกมือจะทุบประตู
ตอนนี้เอง ประตูใหญ่เปิดออกดังแอ๊ด