กินข้าวสักสองสามมื้อพวกเขาด้วยซ้ำ”
สมิธหน้ามืดลงโดยพลัน…
ตอนนี้เอง ในที่สุดฟางเจิ้งก็ตอบกลับมาตรงหน้าจอ
“พระเจ้า! ไอ้นี่มันพูดอะไรวะ?!” ลูก้าชี้อักษรบนหน้าจอพลางถามสมิธ
สมิธใช้โปรแกรมแปลภาษาทันที “เขาถามนายว่านายพูดว่าอะไร”
“ฉัน…เขาไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเหรอวะ?! หรือว่าคนจีนจะมีแต่แบบนี้? ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะแฮกยังไงล่ะ? หรือฉันต้องไปเรียนภาษาจีน? เจอซาตานเข้าแล้ว ภาษาจีน…ภาษาจีนเรียกยากมั้ยวะ? ฉันยอมไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เยอรมันดีกว่า ภาษาพื้นเมืองก็ยังดีกว่า” ลูก้าบ่น
สมิธพูด “ตอนแรกแม่ให้ฉันเรียนเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ฉันไม่เอา จากนั้นแม่ก็ส่งฉันไปเรียนภาษาจีน”
“จากนั้นล่ะ?” ลูก้าถาม
สมิธตอบอย่างมีเหตุผล “สามวันต่อมาฉันย้ายโรงเรียน ไปเรียนโปรแกรมเมอร์”
ลูก้า “32¥%#…”
“โปรแกรมแปลภาษาพึ่งพาไม่ได้เลย ฉันจะพยายามพูดให้ง่ายที่สุดนะ หวังว่าจะพึ่งโปรแกรมแปลภาษาได้บ้าง…” ลูก้าพูดพลางแปลภาษาอังกฤษส่งไป
“ปล้น?” ฟางเจิ้งอึ้งไป จากนั้นยืนขึ้นมองไปรอบๆ ไม่มีคน!
ฟางเจิ้งเลยถามกลับ “โยม อย่าล้อเล่นน่า จะทำอะไรกันแน่?”
ลูก้าอ่านประโยคแรกที่โปรแกรมแปลส่งมาว่า “donor” พลันอึ้งไป เงยหน้ามองสมิธ “เขาคิดว่าฉันเป็นคนบริจาค? ฉันจะบริจาคทำไมวะ?”
ลูก้าไม่รู้ว่าโยมจะแปลเป็นภาษาอังกฤษตรงตัวแบบนี้ ด้วยความโมโหจึงเข้าประเด็นหลัก “มือถือแกถูกฝังไวรัสแล้ว ถ้าไม่คลิกมุมล่างขวาจ่ายเงินให้ฉัน0.212BTC ล่ะก็ มือถือแกจะกลาย