กาจะทำยังไง? หรือว่าจะนั่งบนต้นไม้ไม่ลงมา?”
“ฉันไม่ใช่ลิงนะ…จะนั่งบนต้นไม้ทำไม…” หลี่เสวี่ยอิงยิ้มเจื่อนๆ จากนั้นดวงตาเป็นประกาย พูดด้วยใบหน้าแดง “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ท่านยืนอยู่ข้างล่าง ให้ฉันเหยียบลงไปได้ไหม?”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นถึงกับพูดไม่ออก ดีเลวยังไงเขาก็เป็นเจ้าอาวาสวัด เป็นไต้ซือที่มีไม่น้อยคนนับถือ แถมยังเป็นพระเกจิที่ใช้ต้นกกข้ามฟากกับลิ้นบัวเบ่งบาน! ตอนนี้มีคนจะใช้เขาเป็นที่รองเท้า? นี่…
“อมิตาพุทธ ตกลง…” ฟางเจิ้งไม่มีทางอื่นแล้ว วัดมีโต๊ะ แต่สูงไม่พอ ที่สำคัญคือเขาก็เองก็ร้อนตัว ทำอะไรได้ก็อยากชดเชยให้ ถึงจะไม่ได้เป็นคนขโมยเสื้อในก็เถอะ แต่กระรอก หมาป่า ลิงขโมยก็เท่ากับเขาขโมยอยู่ดี ใครจะไปโทษไอ้สามตัวนั้น? คงจะโทษเขามากกว่า
ฟางเจิ้งมายืนใต้ต้นไม้ “สีกา ลงมาเถอะ”
หลี่เสวี่ยอิงพยักหน้า เอียงตัว เอาสองมือคว้ากิ่งไม้ไว้ เอาเท้าข้างหนึ่งหย่อนลงข้างล่างลองเหยียบนิดๆ แต่เหยียบอยู่นานก็เหยียบไม่ถึงจึงถาม “หลวงพี่ ยังอีกไกลไหม?”
ฟางเจิ้งเงยหน้ามองโดยจิตใต้สำนึก เห็นขายาวยื่นลงมา มองไปตามขาเรียว ขาเหยียดตรง บั้นท้ายอิ่มเอิบ ชีวิตนี้เขาไม่เคยเห็นวิวสวยแบบนี้มาก่อน ได้แค่สวดอยู่ในใจ ‘อมิตาพุทธ…ผิดบาปแล้ว’
ดีที่ฟางเจิ้งจิตใจแน่วแน่ เบนสายตาไปในฉับพลัน มองเท้าหลี่เสวี่ยอิง แต่ตรงหน้าดำมืด รองเท้าส้นสูงเหยียบเข้าที่หน้าเขา!
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง ฉันเหยียบโดนแล้ว” หลี่เสวี่ยอิงพูดพลางพยายาม