เหยียนมองฟางเจิ้ง มองหูจื่อ จากนั้นก็เข้าใจบางอย่าง จึงเดินเข้ามาเล่าสถานการณ์คร่าวๆ
หูจื่อฟังจบแล้วบุหรี่ในมือตกพื้น กล่าวเสียงทะมึนว่า “เหมียวหลง แกมานี่เลย!”
“พี่หูจื่อ อะไร อะไรครับ?” เหมียวหลงถาม
ป้าบ!
หูจื่อกลับพลิกมือตบหน้าเข้าไปอย่างแรง!
“พี่หูจื่อ ตีผมทำไมเนี่ย?” เหมียวหลงถูกตบจนปากมีเลือดไหลตรงมุมปาก พวกหัวทองคนอื่นๆ ก็ร้อนใจเล็กน้อย
หูจื่อด่าทอ “งามไส้ เป็นโจรก็ต้องมีคุณธรรมเข้าใจไหม แกหาเงินด้วยความเมตตาของคนทั้งประเทศเหรอ จิตใจดีๆ ของแกถูกหมากินไปแล้วรึไง?!”
เหมียวหลงได้ยินดังนั้นก็อึ้งไป ก่อนจะโมโหขึ้นมาเหมือนกัน “หูจื่อ แกแม่งเป็นบ้าไรวะ แกบอกฉันเหรอ? แกลืมไปแล้วรึไงว่าเคยทำอะไรไว้บ้าง แกมันก็ไม่ใช่คนดีหรอกเว้ย!”
“ฉันไม่ใช่คนดีจริงๆ ฉันขโมยเงิน แต่ฉันก็มีขีดจำกัด! ไม่ขโมยเงินคนช่วยเหลือคนอื่น ไม่ขโมยเงินคนแก่ ไม่ขโมยเงินเด็ก! แกมันงามหน้านัก มาหลอกหมู่บ้านยากจน! แถมยังดึงขีดกำจัดของการเป็นคนให้ต่ำกว่าเส้นขอบโลกอีก! แกมันชั่วจริงๆ!” หูจื่อโกรธแล้ว
เหมียวหลงเช็ดคราบเลือดตรงมุมปาก “ได้ ฉันเข้าใจแล้ว พวกเรามาด้วยกัน! แต่แกแม่งขายพวกเรา! ที่เรียกแกว่าพี่หูจื่อก็เพราะให้เกียรติหรอกวะ แกนี่มันหน้าด้าน! พี่น้องเราอัดพวกมัน!”
เหมียวหลงพูดพลางชักมีดพับออกมาเล่มหนึ่ง คนหัวทองอีกสี่คนชักมีดสปริงออกมา
หูจื่อเห็นดังนั้นก็โมโหกว่าเดิม “คุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ใช่มีด ทำไมพวกแกเอ