ันเรื่องพระธรรม แต่ประชันกันเรื่องจัดอันดับรายชื่อ เฮ้อ…เรื่องนี้หลวงจีนไป๋อวิ๋นเองก็คาดไม่ถึงในตอนแรกเหมือนกัน ตอนนี้กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว อยากจะหยุดก็ไม่ได้แล้วล่ะ”
ฟางเจิ้งมองหลวงจีนหงเหยียนอย่างอึ้งๆ คาดไม่ถึงเลยว่าในแดนสนธยาพุทธศาสนาจะเกิดการแก่งแย่งทางโลกกันแบบนี้ แต่ฟางเจิ้งก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดี คนนี่น่ะ ที่ที่มีคนอยู่ต้องมีการแข่งขัน การจะให้คนเลิกแข่งกันก็เหมือนสงคราม ใครก็รู้ว่าการแข่งขันเป็นสิ่งไม่ดี แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันเป็นสิ่งผลักดันให้มนุษย์ก้าวหน้าต่อไป! ตอนที่เทคโนโลยีข้าวของมากมายซึ่งผู้คนใช้ถูกสร้างออกมา ล้วนแต่มีการแข่งขันด้านการบริการกันทั้งนั้น
พุทธศาสนาก็เช่นกัน ถ้าทุกคนไม่แข่งขัน เอาแต่ตระหนักรู้ด้วยตัวเอง ไม่มีการประชันความคิด ไม่มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาคอยค้ำจุน เกรงว่าคนส่วนใหญ่คงจะเข้าฌานอย่างสงบใจไม่ได้
แน่นอน นี่คือสิ่งที่ฟางเจิ้งคิด ไม่แน่ว่าจะถูกต้อง แต่อย่างน้อยเขาก็คิดว่ามันถูก เขาไม่บอกกับหลวงจีนหงเหยียน เพราะถ้าบอกไปจะถูกแย้งเอาได้ เขาไม่อยากโต้วาทีเรื่องประเภทนี้กับหลวงจีนหงเหยียน…
เห็นฟางเจิ้งเงียบไป หลวงจีนหงเหยียนคิดว่าฟางเจิ้งเห็นด้วยกับที่เขาพูด จึงส่ายหน้าเล็กน้อย “ช่างเรื่องนี้เถอะ พูดเรื่องต่อไปดีกว่า ช่วงสุดท้ายของงานแลกเปลี่ยนสนทนาจะเป็นการแสดงธรรมจากดาวเด่นในพุทธศาสนา ทุกปีจะคัดเลือกคนรุ่นเยาว์จากวัดใหญ่ต่างๆ โดยหลวงจีนไป๋อวิ๋น เ