ลือกศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดและอายุไม่เกินยี่สิบปีมาพูดอภิปรายแทนศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งหมด ถือเป็นการบ่มเพาะศิษย์รุ่นเยาว์ก็ได้ แต่ว่าตอนนี้คนที่ขึ้นไปได้ล้วนเป็นผู้โดดเด่นในรุ่นเยาว์ ถ้าขึ้นไปเมื่อไร วัดตัวแทนจะมีชื่อเสียงตามไปด้วย นี่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงในตอนแรกเหมือนกัน”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าเล็กน้อย ไม่สงสัยอะไรเลย หลวงจีนไป๋อวิ๋น หลวงจีนหงเหยียน ล้วนเป็นพระอาจารย์ที่บรรลุธรรมอย่างแท้จริง พวกเขาไม่แก่งแย่งชื่อเสียงและผลประโยชน์ แต่ต้องการแค่พัฒนาพระธรรมให้รุ่งเรือง สิ่งที่น่าเสียดายคือพวกเขาไม่เข้าใจสังคมสมัยนี้กับจิตใจคนมากเกินไป งานโต้วาทีครั้งนี้เดิมทีเป็นการแข่งขัน การแข่งขันมีแพ้มีชนะ พอมีแพ้ชนะก็มีการจัดอันดับเปรียบเทียบ ดังนั้นสุดท้ายแล้วจึงต้องกลายเป็นแบบนี้
ขณะเดียวกัน ฟางเจิ้งแค่ขบคิดเท่านั้น ไม่ได้พูดอะไร
หลวงจีนไป๋อวิ๋นขึ้นไปกล่าวอีกครั้ง จากนั้นเข้าประเด็น โต้วาที!
ต่อมา เจ้าอาวาสจากวัดใหญ่ต่างๆ ขึ้นเวที บรรยายพระธรรมที่ตนเข้าใจ ทว่าไม่นานก็มีคนค้าน เริ่มสงครามน้ำลายกันระหว่างเจ้าอาวาสวัดกลุ่มใหญ่…
ฟางเจิ้งอ่านคัมภีร์มาไม่กี่ม้วน ในคำพูดเจ้าอาวาสบางคน สิบประโยคมีเก้าประโยคที่เขาฟังไม่เข้าใจ รู้สึกเหมือนฟังหนังสือที่เข้าใจยาก ประกอบกับคนเยอะมาก ฟางเจิ้งฟังสักครู่หนึ่งแล้วก็ฟังต่อไปไม่ไหว จึงแอบโดดหนีไป
ในที่สุด สองชั่วโมงต่อมาการโต้วาทีของเจ้าอาวาสก็จบลง นักบวชอ้วนผู้มีใ