หงจินถอนหายใจ “เฮ้อ…ฟ้าให้จิวยี่มาเกิด ไฉนต้องให้ขงเบ้งมาเกิด…” พูดจบหงจินคลึงหัวเณรอย่างเอ็นดู กล่าวต่อว่า “อี้หัง เรื่องที่อาจารย์รับปากในครั้งนี้คงต้องเปลี่ยนแล้วแหละ อาจารย์ทำให้เจ้าเสียเวลา…”
“อาจารย์ ท่านอย่าพูดแบบนี้เลย ชะตาเกิดชะตาดับล้วนมีคำว่าชะตา ถ้าชะตาไม่ชักพา คิดวางแผนมากเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์ อี้หังเข้าใจ” เณรอี้หังแย้มยิ้ม
สภาพจิตใจหงจินดีขึ้นไม่น้อย ทว่าก็ยังถอนหายใจ “หลังพิธีสวดมนต์ต้อนรับใบไม้ผลิ ทุกปีจะมีงานแลกเปลี่ยนพระธรรมในพุทธศาสนา ทุกปีจะเลือกผู้โดดเด่นมาหนึ่งคนเพื่อเทศนาให้ทุกคนฟัง ไม่แน่นะอาจจะได้คำชี้แนะจากพวกหลวงจีนไป๋อวิ๋น ที่สำคัญคือถ้าเทศน์ดี มีความเข้าใจสูง ได้รับการยอมรับของทุกคน วัดของตนจะมีชื่อเสียงโด่งดังตามไปด้วย
อาจารย์ยังเห็นแก่ตัว อี้หังตั้งแต่เล็กเอ็งมีทักษะการทำความเข้าใจที่สูงมาก เป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก เมื่อหลายปีก่อนวัดอย่างวัดเมฆาขาวมีศิษย์อัจฉริยะถือกำเนิดไม่หยุด อาตมากลัวว่าเอ็งจะสู้พวกเขาไม่ได้ เลยไม่ลงชื่อให้เอ็ง ซ่อนตัวเอ็งมาตลอด จนปีนี้มั่นใจแล้วว่าวัดใหญ่พวกนั้นไม่มีใครสู้เอ็งได้เลยลงชื่อให้เอ็ง
ใครจะรู้ล่ะว่าระหว่างทางกลับมีฟางเจิ้งที่ชั่วร้ายกว่าปีศาจโผล่มา! ใช้ต้นกกข้ามฟาก…” พูดถึงตรงนี้หงจินหลับตาลง สิ้นหวัง! ไม่ใช่อะไรอื่น แต่การใช้ต้นกกข้ามฟากผลักดันให้ฟางเจิ้งเป็นดั่งราชาคนที่ถือกำเนิดใหม่ในปีนี้ บัลลังก์แห่งการเทศก์ได้ลอย