ไปแล้ว!
อี้หังกลับไม่คิดอย่างนั้น เขายิ้มกล่าว “อาจารย์ ปีก่อนๆ ไม่เห็นท่านกังวลแบบนี้เลย ปีนี้เป็นอะไร? ถึงยากจะได้โอกาส แต่ท่านดูหลวงจีนหงเหยียน เขาเป็นเจ้าอาวาสวัดขนาดเล็กกึ่งกลางไม่ใช่เหรอ? แต่ว่านะเพราะเขามีพระธรรมลึกซึ้ง ต่อให้เป็นหลวงจีนไป๋อวิ๋นยังต้องปฏิบัติในระดับเดียวกันเลย ก่อนหน้านี้ท่านเคยบอกผมไม่ใช่เหรอว่าชื่อเสียงเป็นสิ่งจอมปลอม มีแต่พระธรรมที่เป็นของจริง ตอนนี้ท่านกลับ…” พูดถึงตรงนี้อี้หังก็เงียบไป
หงจินอึ้งไป ก่อนยิ้ม “เจ้าเด็กโง่ วันนี้ถูกเอ็งสอนซะได้” จากนั้นหงจินส่ายหน้า “แต่ตอนนี้ต่างกับเมื่อก่อน ก่อนหน้านี้มีญาติโยมคนหนึ่งมาอยากจะช่วยพวกเราขยายวัด ถ้าขยายวัด ขนาดวัดเราจะอยู่ที่วัดระดับกลาง นี่คือการก้าวกระโดดของสถานะ แต่เร็วๆ นี้อีกฝ่ายลังเลมาตลอดว่าจะบริจาคให้อีกวัดหรือวัดของพวกเราดี อาจารย์อยากใช้โอกาสนี้สร้างชื่อเสียงให้อารามไผ่ทองของเราเหนือกว่าวัดมังกรดำ”
“เอ่อ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือครับ ทำไมท่านไม่บอกผมแต่แรก?” อี้หังงุนงง
หงจินยิ้มแห้ง “บอกแต่แรก? บอกให้เอ็งฟังเหรอ? มีประโยชน์ไหมไม่รู้หรอกนะ แต่อาจารย์จะไม่มีทางให้เอ็งแย่งชิงตำแหน่งนั้นมาด้วยจิตใจที่มุ่งหวังชื่อเสียงและผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด ถ้าจะต้องลงนรก อาจารย์ลงคนเดียวก็พอ”
อี้หังเงียบ ผ่านไปนานถึงถาม “อาจารย์ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ท่านจะทำยังไง?”
“ตอนนี้? เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว มีฟางเจิ้งอยู่พวกเราคงไม